ราคาน้ำมันดิบโลกปิดเพิ่มขึ้น 3% ในวันอังคาร (27 ม.ค.) เนื่องจากพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบหยุดชะงัก และทำให้การส่งออกน้ำมันดิบจากชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ หยุดชะงักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 2.9% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 67.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 3.02% ตลาดประเมินว่า ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ สูญเสียกำลังการผลิตน้ำมันไปถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 15% ของการผลิตในประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากพายุฤดูหนาวที่รุนแรงพัดผ่านสหรัฐฯ และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบโครงข่ายไฟฟ้า นักวิเคราะห์ตลาดจาก City Index กล่าวว่า สภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์สปรับตัวสูงขึ้น โดยความเสี่ยงในระยะสั้นเอนเอียงไปในทิศทางขาขึ้นจากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน ขณะที่รายงานจาก Vortexa ซึ่งเป็นบริการติดตามเรือ ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากท่าเรือแถบชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ ลดลงเป็นศูนย์ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันความเสี่ยงจากอุปทานน้ำมันยังคงมีอยู่เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยรายงานระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ และเรือรบที่สนับสนุนได้เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าสหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายขีดความสามารถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ หรืออาจดำเนินการทางทหารกับอิหร่าน ที่มา Reuters 
|