ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี 2022 หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ไม่ได้กังวลต่อการลดลงของค่าเงินดอลลาร์ ชี้ ดอลลาร์กำลังอยู่ในทิศทางที่ดีเยี่ยม "ไม่ครับ ผมคิดว่ามันเยี่ยมมาก" ทรัมป์ตอบคำถามนักข่าวเมื่อถูกถามว่า กังวลที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงหรือไม่ "ผมคิดว่ามูลค่าของดอลลาร์ ลองดูธุรกิจที่เราทำกันอยู่ ดอลลาร์กำลังอยู่ในทิศทางที่ดีเยี่ยม” คำพูดของทรัมป์ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการลดลงหนักสุดนับตั้งแต่ประกาศเก็บภาษีเมื่อปี 2025 นำไปสู่ความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่คาดเดาไม่ได้ของทรัมป์ จะทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนการลงทุนจากสหรัฐฯ ล่าสุด ดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์กลดลงไปถึง 1.2% ก่อนที่จะทรงตัวในฝั่งเอเชียในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ ทรัมป์กล่าวโทษประเทศอื่น ๆ มาโดยตลอดว่า พยายามทำให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งออก ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ย้ำถึงความแตกต่างระหว่างราคาและมูลค่าของเงินดอลลาร์ในฐานะเงินทุนสำรอง คำพูดของทรัมป์ล่าสุดจึงถูกมองว่าเป็นการเปิดทางให้เทรดเดอร์ทำการขายดอลลาร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of Nassau ระบุว่า "หลายคนในคณะรัฐมนตรีของทรัมป์ต้องการให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก พวกเขากำลังรับความเสี่ยงที่คำนวณไว้แล้ว การที่ค่าเงินอ่อนค่าลงอาจดีในช่วงแรก แต่ถ้าเริ่มไม่เป็นระเบียบก็อาจเป็นปัญหา" นอกจากนี้ สาเหตุอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ยังมาจากการฟื้นตัวของเงินเยนอย่างฉับพลันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน รวมถึงนโยบายที่คาดเดาไม่ได้ของทรัมป์ ซึ่งทำให้พันธมิตรและนักลงทุนต่างชาติวิตกกังวล อาทิ การข่มขู่ที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์, การกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อลดดอกเบี้ย, มาตรการลดหย่อนภาษีที่ทำให้การขาดดุลเพิ่มขึ้น และสไตล์การบริหารงานที่สร้างความแตกแยกในการเมืองสหรัฐฯ ทรัมป์เคยมีมุมมองที่ขัดแย้งเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์ โดยบางครั้งก็พูดถึงความแข็งแกร่งของดอลลาร์ในการเจรจาการค้าสองฝ่าย แต่บางครั้งก็ชื่นชมข้อดีของดอลลาร์อ่อนเพื่อส่งเสริมภาคการผลิต โดยตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเกือบ 10% ตามดัชนีของบลูมเบิร์ก ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า อาจอ่อนค่าลงอีก ที่มา Bloomberg 
|