บล.กรุงศรี เจาะแผนปรับพอร์ตประกันสังคมปรับสัดส่วนลงทุนใหม่ เพิ่มน้ำหนักลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ สู่สัดส่วน 50:50 คาดเม็ดเงินไหลใหม่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย กว่า 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มโอกาสดันดัชนีได้ถึง 20-30 จุด สำหับเม็ดงเนิทุก 1 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดโผ 10 หุ้นลุ้นรับอานิสงส์ บล.กรุงศรี เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า บอร์ดประกันสังคมมีมติตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยให้เวลา 60 วันในการจัดทำ พร้อมอนุมัติกรอบการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ (SAA เฟส 2) โดยปรับเพดานสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำเป็น 50:50 vs ปัจจุบัน 60:40 โดยกรอบการลงทุนใหม่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028F 
ทั้งนี้ ข้อมูล ณ สิ้น ก.ย. 25 ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมีมูลค่า 2.83 ล้านล้านบาท ลงทุนดังนี้ • หลักทรัพย์มั่นคงสูง 1.94 ล้านล้านบาท (68.6% ของกองทุน) • หลัททรัพย์ที่มีความเสี่ยง 8.88 แสนล้านบาท (31.4% ของกองทุน) ความน่าสนใจอยู่ที่น้ำหนักในตราสารทุนไทย 7.67% ของมูลค่ากองทุน แม้ยังต้องใช้เวลาพิจารณาและบังคับใช้ แต่เป็นสัญญาณที่ดีต่อเม็ดเงินลงทุนระยะยาวใหม่ที่เข้าสู่ตลาดหุ้นไทยระยะกลาง-ยาว ทั้งนี้ หากตั้งสมมติฐานการปรับเพิ่มน้ำหนักหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสู่ 50% (จาก 30 ก.ย. ที่ 31.4%) สัดส่วนหุ้นไทยจะเพิ่มสู่ 12.21% (จาก 30 ก.ย. ที่ 7.67%) จะเท่ากับเม็ดเงินใหม่กว่า 0.12 ล้านล้านบาท โดยปัจจุบันเราประเมินเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ตลาดทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะบวกต่อหุ้นราว 20-30 จุด มองจิตวิทยาบวกต่อ SET และหุ้น Big Cap ช่วงนี้แนะนำเน้นกลุ่มที่เป็นธีมการลงทุนหลักปี 2026F ของเรา
▪ Revival of Service Sector : CENTEL, BDMS, CPALL ▪ Infra Tech: ADVANC, GULF, EGCO ▪ Turnaround 2026F : IVL, PTTGC, ITC ▪ Domestic Representative : KBANK Best Picks: ADVANC, GULF, IVL

|