อุปสงค์แบรนด์หรูซบ ฉุดยอดขายกลุ่มแฟชั่น LVMH ร่วง 3% ใน Q4/25

รูป อุปสงค์แบรนด์หรูซบ ฉุดยอดขายกลุ่มแฟชั่น LVMH ร่วง 3% ใน Q4/25

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ม.ค. 69 11:41 น.

 

ยอดขายธุรกิจกลุ่มแฟชั่นหลักของ LVMH ลดลงในช่วงเทศกาลวันหยุด ขณะที่บริษัทยังคงประสบปัญหาความต้องการที่ซบเซา โดยยอดขายในกลุ่มสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังลดลง 3% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 2.94%

 

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ซีอีโอของ LVMH กล่าวว่า กลุ่มบริษัทต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ยากลำบากและเตือนว่า ปี 2026 อาจจะไม่เป็นไปตามคาด บริษัทอาจจำกัดการใช้จ่ายในปีนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่หุ้นของ LVMH ที่ซื้อขายในสหรัฐฯ ลดลง 1% หลังประกาศผลประกอบการ

 

ทั้งนี้ สินค้าแบรนด์หรูยังคงเผชิญปัญหาในการกลับมาฟื้นตัวหลังจากยอดขายซบเซา ลงจากที่เติบโตอย่างร้อนแรงในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยแรงกดดันด้านค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ฉุดรั้งการใช้จ่าย นอกจากนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ยังเผชิญแรงต้านจากผู้บริโภค หลังจากปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทบางแห่งในอุตสาหกรรมยังคงเติบโตได้ดีกว่า อาทิ Richemont เจ้าของแบรนด์ Cartier จากการที่ผู้บริโภคมองว่าเครื่องประดับประเภททองคำ เช่น สร้อยคอหรือกำไล เป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดีกว่ากระเป๋าแฟชั่นที่เปลี่ยนไปตามกระแส

 

แม้ LVMH จะมีสัดส่วนสินค้าในกลุ่มธุรกิจนาฬิกาและเครื่องประดับไม่มากนัก แต่ธุรกิจดังกล่าวกลับทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดในไตรมาส 4 ซึ่งช่วยให้ยอดขายรวมขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้กลุ่มธุรกิจแฟชั่นและเครื่องหนังจะอ่อนแอก็ตาม โดย LVMH ระบุว่า แบรนด์ Bulgari ทำผลงานโดดเด่นเป็นพิเศษในไตรมาส 4

 

ในช่วงครึ่งหลังของปี LVMH ใช้เงิน 1,000 ล้านยูโร (ประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Loro Piana แบรนด์แฟชั่นระดับ Ultra-Luxury สัญชาติอิตาลี เป็น 94% จากเดิม 85%

 

ส่วนยอดขายแบบออร์แกนิกในไตรมาส 4 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ทั้งในสหรัฐฯ และภูมิภาคที่รวมจีน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ยอดขายในยุโรปลดลง 2% และญี่ปุ่นลดลง 5% มากกว่าที่ตลาดประเมินไว้

 

กำไรจากการดำเนินงานตามปกติทั้งปีของ LVMH อยู่ที่ 17,800 ล้านยูโร ลดลง 9.3% จากปีก่อนหน้า แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจไวน์และสุรา มียอดขายลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เนื่องจากดีมานด์คอนญัก Hennessy ที่ร่วงแรง

 

อาร์โนลต์ ผู้ก่อตั้ง กล่าวว่า สัดส่วนการถือหุ้นของครอบครัวในกลุ่มบริษัท LVMH จะเกิน 50% ในปี 2026

 

ที่มา Bloomberg

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju