สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 28 มกราคม 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 28 มกราคม 2569

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ม.ค. 69 8:46: น.

 

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 2.9%

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 67.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 3.02%

 

ราคาน้ำมันปิดสูงขึ้น 3% ในวันอังคาร (27 ม.ค.) เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบจากพายุฤดูหนาวที่ทำให้การผลิตน้ำมันดิบลดลง และทำให้การส่งออกน้ำมันดิบจากแถบชายฝั่งอ่าวของสหรัฐฯ เป็นศูนย์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

*** การจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7,750 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ ในช่วง 4 สัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ม.ค. ตามข้อมูลจาก NER Pulse ตามรายงาน ADP National Employment Report (NER) โดยการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานลดลงเล็กน้อยเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

 

*** ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี 2022 หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความเห็นว่า รู้สึกพอใจกับการลดลงของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งทำให้เทรดเดอร์ตีความว่า เป็นการให้ไฟเขียวในการเทขายดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสนับสนุนการที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการส่งออก

 

การร่วงลงของดอลลาร์ยังได้รับแรงผลักดันจากนโยบายที่ไม่สามารถคาดเดาของทรัมป์ ซึ่งทำให้พันธมิตรต่างประเทศและนักลงทุนรู้สึกกังวล 

 

*** รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเรียกร้องให้เกาหลีใต้ดำเนินการอย่างชัดเจนเพื่อทำตามข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีอายุหกเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ โดยล่าสุด คำขู่เรื่องภาษีล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นจุดชนวนความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ สืบเนื่องจากความไม่พอใจเกี่ยวกับกฎระเบียบบริการดิจิทัลของเกาหลีใต้

 

แหล่งข่าวระบุว่า ในการพบกันระหว่าง เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับคิม มิน-ซอก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในกรุงวอชิงตัน แวนซ์ได้เตือนไม่ให้เกาหลีใต้ลงโทษบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ รวมถึงบริษัท Coupang ซึ่งเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซเกาหลีใต้ที่มีฐานการดำเนินงานในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบหลังพบการละเมิดข้อมูลเมื่อปีที่แล้ว

 

 

*** ยอดขายธุรกิจกลุ่มแฟชั่นหลักของ LVMH ลดลงในช่วงเทศกาลวันหยุด ขณะที่บริษัทยังคงประสบปัญหาความต้องการที่ซบเซา โดยยอดขายในกลุ่มสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังลดลง 3% ในไตรมาสที่ 4 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 2.94% ส่งผลให้หุ้นของ LVMH ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กลดลง 1% หลังจากการประกาศ

 

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ซีอีโอของ LVMH กล่าวว่า กลุ่มบริษัทต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ยากลำบากและเตือนว่า ปี 2026 อาจจะไม่เป็นไปตามคาด พร้อมกล่าวว่า LVMH จะจำกัดการใช้จ่ายในปีนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว

 

*** China Vanke มีเวลาเตรียมความพร้อมเพิ่มขึ้นสำหรับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังจากที่ผู้ถือหุ้นกู้ สกุลเงินหยวนทั้งสองรุ่นยอมรับแผนของบริษัทในการเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอีกหนึ่งปี โดยผู้ถือหุ้นกู้ลงคะแนนเห็นชอบกับแผนการขยายเวลาใหม่ ซึ่งจะชำระคืนเงินต้น 40% ของหุ้นกู้ทั้งสองชุด ในวันที่ 28 ม.ค. และส่วนที่เหลือในเดือนธ.ค.

 

*** การปลดนายพลระดับสูงของจีน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำให้รัฐบาลตะวันตกขาดช่องทางการติดต่อที่สำคัญ และเพิ่มความกังวลว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) กำลังกลายเป็นองค์กรที่มีการปิดกั้นการติดต่อมากขึ้น แม้ว่าการปลดนายพลหลิว เจินหลี่ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะได้รับความสนใจน้อยกว่าการปลดนายพลจาง โหย่วเซีย ที่มีตำแหน่งสูงกว่า แต่การไร้นายพลหลิวกลับเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลมากกว่าในทันที โดยเจ้าหน้าที่ตะวันตกเผยว่า นายพลหลิว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วมของ PLA เป็นจุดติดต่อที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความเสี่ยง

 

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดการซื้อขายในเช้าวันพุธในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ตามทิศทางดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ที่ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น Apple และ Microsoft

 

ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 0.12% และมีแนวโน้มที่จะทำสถิติบวกติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ โดยออสเตรเลียเผยตัวเลขเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 4 เป็นตามคาด โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.6% สูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส ขณะที่ดัชนี KOSPI และ KOSDAQ ของเกาหลีใต้ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเพิ่มขึ้น 1.27% และ 1.55% อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 0.79% ในขณะที่ดัชนี Topix ลดลง 0.97%

 

*** ข้อมูลจากตลาดทำนาย Kalshi ระบุว่า ริค รีเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ของ BlackRock กลายเป็นตัวเต็งชัดเจนในการสืบทอดตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งกำลังจะหมดวาระในเดือนพ.ค. โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนการประชุมเฟด ผู้เข้าร่วมตลาดให้น้ำหนักความน่าจะเป็น 48% ว่า รีเดอร์จะได้รับเลือกเป็นประธานเฟดเฟดคนถัดไป

 

*** คณะกรรมการตุลาการของวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุว่า คณะอนุกรรมการด้านการต่อต้านการผูกขาดจะจัดการประชุมในวันที่ 3 ก.พ. เกี่ยวกับประเด็นการควบรวมกิจการระหว่าง Netflix และ Warner Brothers โดยการประชุมดังกล่าวจะพิจารณาผลกระทบด้านการแข่งขันของดีลระหว่างทั้งสองบริษัท

 

*** SoftBank Group Corp. กำลังเจรจาเพื่อลงทุนใน OpenAI เพิ่มอีก 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตอกย้ำเป้าหมายอันทะเยอทะยานของผู้ก่อตั้ง มาซาโยชิ ซัน ที่ต้องการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยหนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการหารือ และจำนวนเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 

*** ส่วนแบ่งตลาดการจัดส่งอาหารของ Grab Holding ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็น 55% เมื่อปี 2025 ซึ่งตอกย้ำสถานะของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการหลักในภูมิภาคที่การแข่งขันในธุรกิจนี้ยังคงเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง

 

รายงานจาก Momentum Works บริษัทที่ปรึกษาจากสิงคโปร์ ระบุว่า มูลค่าการค้ารวม (GMV) ของตลาดธุรกิจจัดส่งอาหารใน 6 ประเทศ ประกอบด้วยอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม คาดว่าเติบโตขึ้น 18% เป็น 22,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju