เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยรวมปี 69 โต 2-3% รับความไม่แน่นอนสูง เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL”

รูป เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยรวมปี 69 โต 2-3% รับความไม่แน่นอนสูง เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL”

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ก.พ. 69 12:03 น.

 

เมืองไทยประกันชีวิต คาดปี 69 เบี้ยรวมเติบโต 2-3% ชะลอลงจากปีก่อน จากปัจจัยภายใน-ภายนอก ยังมีความไม่แน่นอนและผันผวนสูง พร้อมตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 10%  หลัง  Investment-Linked และ ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงเติบโตแรง ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม

 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ปี 2569  ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมเติบโต 2-3% จากปี 2568 ที่เติบโต 5% ถือเป็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และ ไม่ได้ขยายตัวเกินกว่าศักยภาพของตลาด และ กำลังซื้อของประชาชน

 

โดยทิศทางธุรกิจประกันชีวิตยังเผชิญความท้าทายรอบด้านอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โลกธุรกิจในปัจจุบันที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากความผันผวนของตลาดการเงิน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และ ความกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ  ประกอบกับ โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก

 

อย่างไรก็ตาม รูปแบบ และ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ส่งผลให้การใช้จ่าย และ การกระจายรายได้ในระบบเศรษฐกิจแตกต่างจากอดีต ทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจจะหมุนเวียนได้มากน้อยเพียงใด และ ประชาชนจะมีความพร้อมในการใช้จ่าย รวมถึงการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต และ ประกันสุขภาพมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากประกันยังไม่ถือเป็นปัจจัยจำเป็นอันดับแรกในการใช้จ่ายของหลายครัวเรือน

 

“เรามองว่า ปี 69 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้าง และ ดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน”นายสาระ กล่าว

 

ส่วนนโยบายการลงทุนยังเน้นที่ตราสารหนี้(Fixed Income) เป็นหลัก ในขณะที่ตราสารทุนบางส่วนตามกฎระเบียบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นในประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง และ มีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทฯ เป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น และ ให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตให้มีความสมดุล และ สอดคล้องกับเบี้ยประกันของบริษัทฯ โดยปัจจุบันสินทรัพย์ของบริษัทฯ อยู่ที่ 6.9 แสนล้านบาท

 

 

ในปี 2569 เมืองไทยประกันชีวิตก้าวเข้าสู่ปีที่ 75  พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้นด้วยการประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และ มิติบรรษัทภิบาล

 

พร้อมอยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกันเพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment)   ความร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร

 

ทางด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่” หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ “ShieldLife” รวมถึงประกันรูปใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

   

สำหรับปี 2568  บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก(New Business Premium) เติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ แบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง(รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และ ความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)

 

ขณะที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาล (ESG)  เดินหน้านโยบายการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จากการประเมินล่าสุดโดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลกด้าน ESG บริษัทฯ สามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ(Low Risk Profile) โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุมความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย(CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3

 

 ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5” แบบประกันชีวิตที่ “คนซื้อได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และ เบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้

 

“เรามองว่า ปี 69 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้าง และ ดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน”นายสาระ กล่าว

 

ส่วนนโยบายการลงทุนยังเน้นที่ตราสารหนี้(Fixed Income) เป็นหลัก ในขณะที่ตราสารทุนบางส่วนตามกฎระเบียบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นในประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง และ มีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทฯ เป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น และ ให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตให้มีความสมดุล และ สอดคล้องกับเบี้ยประกันของบริษัทฯ โดยปัจจุบันสินทรัพย์ของบริษัทฯ อยู่ที่ 6.9 แสนล้านบาท

 

สำหรับกรณีที่ปัจจุบันค่ารักษาพยาบาล หรือ อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) เติบโตขึ้นทุกปีนั้น นายสาระ กล่าวว่า เป็นปัจจัยที่ธุรกิจประกันไม่สามารถควบคุมได้ โดยในปี 2566 Medical Inflation อยู่ในระดับสูงประมาณ 15% และ ปี 2567 ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ราว 14–14.6% ขณะที่ปี 2568 Medical Inflation ชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ 10–10.8% โดยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นผลมาจากการนำ Co-payment(การร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล) มาใช้ เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีผู้เอาประกันที่เข้าเงื่อนไขต้องจ่าย Co-payment น้อย ดังนั้นในปี 2569 แนวโน้ม Medical Inflation เชื่อว่า ยังเติบโต ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเทคโนโลยีการรักษาใหม่ และ การใช้ AI ทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่ารักษาที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจประกันทางด้านต้นทุนค่าสินไหม การออกแบบความคุ้มครอง การตั้งเบี้ยประกันให้เหมาะสม และ ความสามารถในการดูแลลูกค้าในระยะยาว ทำให้บริษัทฯ ต้องทำงานร่วมกับโรงพยาบาล และ พันธมิตรทางการแพทย์ เพื่อบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงมาตรฐานการรักษา และ ไม่กระทบสิทธิของผู้เอาประกัน

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย