• MPJ ขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์: เปิดลานตู้คอนเทนเนอร์ส่วนขยายแห่งใหม่ บนพื้นที่ 19.37 ไร่ ในเขต EEC (แหลมฉบัง) ศูนย์กลางการลงทุนระดับภูมิภาค รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ • ลานตู้คอนเทนเนอร์ส่วนขยาย: รองรับปริมาณการให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 3,000 TEUs หรือประมาณการจำนวนตู้เข้า-ออก ทั้งปีที่ 200,000 TEUs • MPJ ตั้งเป้าหมายรายได้ก้าวกระโดด: คาดการณ์รายได้ปีนี้จากลานใหม่อยู่ที่ 60 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาทในปี 2570 นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อรอการส่งออกผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้บริษัทฯ มีแผนการพัฒนาขยายพื้นที่ให้บริการด้านลานตู้คอนเทนเนอร์เพิ่ม โดยล่าสุด MPJ ได้เปิดลานตู้คอนเทนเนอร์ส่วนขยายแห่งใหม่ในพื้นที่แหลมฉบังอย่างเป็นทางการบนทำเลยุทธศาสตร์ภายในเขตส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) บนพื้นที่รวม 19.37 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการลงทุนและการค้าระดับภูมิภาค
สำหรับลานตู้แห่งใหม่ ปัจจุบันมีลูกค้าสนใจจองพื้นที่ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และสามารถรองรับการใช้งานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 3,000 TEUs หรือประมาณการจำนวนตู้เข้า-ออก ทั้งปีที่ 200,000 TEUs และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ในปี 2569 จำนวน 60 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาทในปี 2570 นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าหลังจากเปิดให้บริการเต็มรูปแบบปริมาณตู้สินค้า ที่เข้ามาใช้บริการจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้รายได้ของกลุ่ม Container Yard เติบโตแบบก้าวกระโดด “ความโดดเด่นของลานตู้คอนเทนเนอร์แห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือหลักของประเทศ มีความสะดวก ในการให้บริการลูกค้า อาทิ ระบบขนส่งครบวงจรทั้งทางบก ทางราง และทางน้ำ ทำให้สามารถรองรับ การเคลื่อนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้าได้อย่างครบวงจร ภายใต้กลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของ MPJ ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนา EEC ที่มุ่งยกระดับประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเร่งศึกษาการลงทุนในรูปแบบการให้บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) ที่แหลมฉบัง ตามแผนนโยบายที่วางไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว ควบคู่กับแผนการประหยัดต้นทุน เพื่อให้การบริการขยายและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมเตรียมลงทุนในเทคโนโลยี อาทิ ระบบซอฟต์แวร์ เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ต้นทุน เพื่อสนับสนุน การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดรับกับภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นในปัจจุบัน |