โบรกฯ คาด SET เดือน ก.พ. สู่โหมดปรับฐาน ลุ้นจุดสูงสุดใหม่ 1,370 จุด แรงหนุนเลือกตั้ง- กนง.ประเดิมหั่นดอกเบี้ย

รูป โบรกฯ คาด SET เดือน ก.พ. สู่โหมดปรับฐาน ลุ้นจุดสูงสุดใหม่ 1,370 จุด แรงหนุนเลือกตั้ง- กนง.ประเดิมหั่นดอกเบี้ย

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ก.พ. 69 11:22 น.

 

โบรกฯ คาด SET เดือน ก.พ. สู่โหมดปรับฐานในกรอบ 1,280-1,370 จุด รับอานิสงส์การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.และนโยบายอัตราดอกเบี้ย กนง. ช่วยหนุน ลุ้นดัชนีฯทำจุดสูงสุดใหม่ 1,370 จุด หากยืน 1,300 จุดได้ พร้อมชู 6 หุ้นเด่น

 

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ คาดกรอบเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) เดือน ก.พ.69 ไว้ที่ระดับ 1,280-1,370 จุด โดยคาดทิศทางดัชนีฯอยู่ในโหมดการปรับฐาน ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะย่อลงมาลึกหรือไม่ หากยืน 1,300 จุด ได้จะมีโอกาสดีดกลับขึ้นทำ High ใหม่ แต่หากยืน 1,300 จุด ไม่ได้จะมีแนวรับถัดไป 1,285 จุด

 

 

โดยปัจจัยหนุนที่สำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ การเมืองไทย หลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 จะเริ่มเห็นความชัดเจนของทิศทางการเมืองมากขึ้น หากพรรคหลักคะแนนชนะแบบแลนด์สไลด์ได้ การจัดตั้งรัฐบาลคาดว่าจะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ภาพการเมืองจะชัดเจนไวขึ้น ความคาดหวังต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มหุ้นอิงการอุปโภคบริโภคและการกระตุ้นภายในประเทศ

 

และนโยบายอัตราดอกเบี้ย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 ก.พ.69 คาดว่ากนง.จะพิจารณาลดอัตรดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% โดยธปท.มุ่งพิจารณา 2 ปัจจัยหลัก คือ เงินเฟ้อ (Inflation Target) และ อัตราแลกเปลี่ยน(FX) รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างการแข็งค่าของเงินบาทก็เป็นสิ่งที่ ธปท.ให้ความสำคัญ

 

ขณะที่ปัจจัยลบ คือ การรายงานงบ Q4/68 โดย บจ.ไทยเข้าสู่ช่วงการประกาศรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4/68 โดยคาดการณ์ว่ากำไรตลาดมีโอกาสโตต่ำกว่าคาดไว้ที่ 1.8 แสนล้านบาท เนื่องจากรายการค่าใช้จ่ายพิเศษ และผลกระทบจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้นจากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา

 

การตัดสินภาษีทรัมป์ ศาลฎีกาสหรัฐฯมีกำหนดพิจารณาคดีการบังคับใช้ภาษีของทรัมป์ใต้อำนาจ IEEPA ในวันที่ 20 ก.พ.69 ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาทรัมป์และมาตรการภาษีทั่วโลกที่ถูกเรียกเก็บไปแล้วจะมีการชำระคืนหรือไม่อย่างไร ซึ่งถ้าการพิจารณาครั้งนี้ยังไม่ตัดสิน การประกาศคำวินิจฉัยอาจเลื่อนไปถึงเดือน มิ.ย.69 เนื่องจากมีประเด็นการคืนภาษีจึงวินิจฉัยได้ยาก ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

 

ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์โลกยังตึงเครียดต่อเนื่อง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ เวเนซุเอลา ยังไม่คลี่คลาย ประเด็นสหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านก็เป็นตัวกดดันตลาดทั่วโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ความต้องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ของทรัมป์ยังสร้างความไม่สบายใจให้กับยุโรป ราคาทองคำและแร่หายากอื่นๆอาจปรับตัวขึ้นต่อจากความไม่แน่นอนในสถานการณ์ดังกล่าว

 

ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่ากระแส Fund Flow กลับมาไหลเข้าในช่วงต้นปี ตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวกลับมา จึงแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวในประเทศหลังการเลือกตั้ง และการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว เนื่องในวันหยุดยาวช่วงปีใหม่จีน (17-23 ก.พ.69)

 

ส่วนหุ้นแนะนำมี 6 บจ. ได้แก่ AURA โดยกำไรไตรมาส 4/68 - 1/69 จะดีต่อเนื่องจากไฮซีซั่นและ GPM เพิ่มขึ้น, CK แนวโน้มปี 69 โตต่อเนื่องตามการรับรู้ backlog, CPALL กำไรปี 69 ทำ All timehigh จากการขยายสาขาและสินค้า RTE, KKP เป้าปี 69 โตได้ต่อคาดไตรมาส 1/69 โต YoY/QoQ ได้ต่อเนื่อง, NEO ไตรมาส 4/68 โตเด่น QoQ จากรายได้ที่ทำ AllTime High และ OR คาดปริมาณขายฟื้นตัว ขณะที่ GP/litre ทรงตัวสูงในไตรมาส 4/68

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย