ราคาน้ำมันดิ่งแรงในวันจันทร์ (2 ก.พ.) หลังนักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจคลี่คลายลง ช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์เคยออกโรงเตือนอิหร่านหลายครั้งว่า สหรัฐฯ อาจเข้าแทรกแซง หากอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ หรือยังคงเดินหน้าปราบปรามผู้ประท้วงภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลอิหร่านอ้างว่ามีการยุยงจากชาติตะวันตก อย่างไรก็ดี ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ (30 ม.ค.) ว่า อิหร่านกำลังเจรจากับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง ความเห็นของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่ อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของอิหร่าน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า การเตรียมพร้อมสำหรับการเจรจาอยู่ระหว่างดำเนินการ ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือขนาดใหญ่มุ่งหน้าไปยังอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงถึง 6.4% มาอยู่ที่ 66.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ ก่อนลดช่วงลบลงมาอยู่ที่ 4.41% ณ เวลา 12.15 น. ตามเวลาไทย ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ลดลง 4.75% มาอยู่ที่ 62.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แอนดี ลิโพว์ ประธานบริษัท Lipow Oil Associates กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ร่วงลงรอบล่าสุดเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ติดต่อสื่อสารผ่านคนกลาง ซึ่งทำให้มีความหวังว่า ความตึงเครียดจะคลี่คลายลงและไม่ลุกลามออกไป การเจรจาเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่อิหร่านขู่ว่าจะทำสงครามในภูมิภาค หากถูกโจมตี ซึ่งอาจกดดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ไม่ต้องการเห็น ที่มา CNBC 
|