ดาวโจนส์ปิดร่วง 408.99 จุด กลุ่มประกันสุขภาพฉุดดัชนี ขณะจับตาประกาศงบบริษัทจดทะเบียน

รูป ดาวโจนส์ปิดร่วง 408.99 จุด กลุ่มประกันสุขภาพฉุดดัชนี ขณะจับตาประกาศงบบริษัทจดทะเบียน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ม.ค. 69 7:43: น.

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันอังคาร (27 ม.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 408.99 จุด หลังหุ้นกลุ่มประกันสุขภาพร่วงฉุดดัชนี ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยราคาหุ้นพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวัน จากความคาดหวังเชิงบวกต่อฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ที่เริ่มคึกคัก ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ก่อนการแถลงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,003.41 จุด ลดลง 408.99 จุด หรือ 0.83% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,978.60 จุด เพิ่มขึ้น 28.37 จุด หรือ 0.41% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 23,817.10 จุด เพิ่มขึ้น 215.74 จุด หรือ 0.91%

 

ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการจากบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Boeing ผู้ผลิตเครื่องบิน และบริษัทขนส่ง United Parcel Service (UPS) ซึ่งระบุว่าจะปรับลดตำแหน่งงานฝ่ายปฏิบัติการสูงสุดถึง 30,000 ตำแหน่งในปีนี้ อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ ถูกกดดันจากราคาหุ้น Boeing ที่ร่วงลง 1.6% รวมถึงหุ้น UnitedHealth ที่ดิ่งลงราว 20% หลังบริษัทระบุว่ารายได้ในปี 2026 จะหดตัว ขณะที่หุ้นกลุ่มประกันสุขภาพปรับตัวลดลงโดยรวม หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เสนออัตราชดเชยประกันสุขภาพ Medicare สำหรับปี 2027 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งการร่วงลงของหุ้น UnitedHealth เพียงตัวเดียว สร้างแรงกดดันเชิงลบต่อดัชนีดาวโจนส์กว่า 400 จุด

 

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม “Magnificent Seven” ได้แก่ Microsoft, Apple, Tesla และ Meta Platforms ที่มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์นี้ ขณะที่เฟดมีกำหนดแถลงการณ์ด้านนโยบายการเงินในวันพุธตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย

 

ด้านดัชนี MSCI ที่สะท้อนตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.92 จุด หรือ 0.85% มาอยู่ที่ 1,053.09 จุด และมีแนวโน้มปรับขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในปีนี้ หลังจากทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ 1,053.88 จุด ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก 0.58% โดยได้แรงหนุนบางส่วนจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่พุ่งขึ้น 1.8%

 

 

ฝั่งเกาหลีใต้เร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ ว่าประเทศยังคงยึดมั่นในการดำเนินการตามข้อตกลงการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่น ๆ จากพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ โดยอ้างถึงความล่าช้าในการให้สัตยาบันข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว นับเป็นการขู่ขึ้นภาษีครั้งล่าสุดของทรัมป์ หลังจากสัปดาห์ก่อน ได้ประกาศแผนเก็บภาษีกับหลายประเทศในยุโรปจากประเด็นกรีนแลนด์ โดยสกุลเงินวอนเกาหลีใต้แข็งค่า 0.97% เทียบดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 1,431.85 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากก่อนหน้านี้อ่อนค่าลงไปมากถึง 0.63%

 

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ลดลง 0.9% มาอยู่ที่ 96.23 และมีแนวโน้มทำสถิติการปรับลดรายวันมากที่สุด นับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 95.566 ด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.81% มาอยู่ที่ 1.1975 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร โดยเงินดอลลาร์สหรัฐ เผชิญแรงกดดันตลอดเดือนนี้จากหลายปัจจัย รวมถึงนโยบายที่ไม่แน่นอนของประธานาธิบดีทรัมป์ และความพยายามลดทอนความเป็นอิสระของเฟด โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเพิ่มเติมระหว่างวัน หลังประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ในระดับที่ดี

 

เมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 1.23% มาอยู่ที่ 152.26 เยน หลังจากแตะระดับต่ำสุดที่ 152.08 เยน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ขณะที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงแข็งค่า 1.14% มาอยู่ที่ 1.3833 ดอลลาร์ต่อปอนด์

 

นอกจากนี้ ตลาดยังรอคอยแถลงการณ์นโยบายล่าสุดจากเฟด โดยนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ แทนเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในเดือนพ.ค. รวมถึงความพยายามปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด และการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวลล์โดยรัฐบาลทรัมป์ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการประชุมครั้งนี้

 

ทั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังส่งผลต่อตลาด นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างโลหะมีค่า โดยราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 3.19% มาอยู่ที่ 5,174.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ 5,186.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาเงินสปอตพุ่งขึ้น 7.93% มาอยู่ที่ 121.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 117.69 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

 

ที่มา Reuters

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju