ข่าวหุ้นไทย7 พ.ย. 2568 14:42 น.บล.ทรีนีตี้ : BCP แนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 37.25 บาทบล.ทรีนีตี้ : BCP แนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 37.25 บาทstar_borderefinAI ไตรมาส 3 พลิกกลับมามีกำไร 1.1 พันล้านบาท แนวโน้มไตรมาส 4 ยังดีต่อ• คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร และคงราคาเป้าหมาย 37.25 บาท อิง Avg PBV ที่ 0.82 เท่า ไตรมาส 4 คาดว่าจะยังดีจากโรงกลั่นและการตลาด• BCP รายงานกำไรที่ 1.1 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุน 2.1 พันล้านบาทในปีก่อนหน้า ถ้าดู Core Proft อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาทฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันเป็นหลัก ทั้งจากค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับขึ้นแรงและ Inventory Loss ที่ลดลง• ไตรมาส 4 คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง GRM ปรับดีขึ้นตามสเปรดน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูง Earning review :. BCP รายงานกำไรที่ 1.1 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุน 2.1 พันล้านบาทในปีก่อนหน้า ถ้าดู Core Profit อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันเป็นหลัก ทั้งจากค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับขึ้นแรงและ Inventory Loss ที่ลดลง. 1) กำลังการผลิตรวมของกลุ่มอยู่ที่ 285 KBD เพิ่มขึ้น QoQ ราว 23 KBD. 2) GRM ของกลุ่มอยู่ที่ระดับ US$7.38/BBL (จาก 4.45 ใน Q2/68) ตาม Crack Spread ของน้ำมันดีเซล และ Jet Fuel ขณะเดียวกัน Inventory Loss ลดลงเหลือเพียง US$1.54/BBL (ราว 1.2 พันล้านบาท). 3) กลุ่มการตลาดรายงาน EBITDA ที่ 1.63 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% QoQ และมากกว่า 100% YOY โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 0.85 บาท/ลิตร(+16% QoQ) หลัง Inventory Loss ลดลง. 4) ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดมีกำไร EBITDA เพิ่มขึ้น 66% QoQ อยู่ที่ 1.62 พันล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโครงการพลังงานน้ำใน สปป.ลาว จากปริมาณน้ำฝนในฤดูมรสุมที่สูงขึ้น และการเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการลม Monsoon นอกจากนี้ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาก จากค่าความพร้อมจ่าย(Capacity Payment) ที่พุ่งขึ้นจาก 29 USD/MW-day ไปเป็น 270 USD/MW-day และปริมาณการขายไฟที่เพิ่มขึ้นตามฤดูร้อนของสหรัฐ. 5) OKEA มีกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น QoQ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำและรายการด้อยค่าทรัพย์สิน (impairment loss) ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 4,872 ล้านบาท (หรือ 699 ล้านบาท ตาม%ถือหุ้นหลังหักภาษี) ไตรมาส 4 คาดว่าจะยังดีจากโรงกลั่นและการตลาด. คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยโรงกลั่นศรีราชากำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็นราว 150-153 KBD หนุน GRM ปรับดีขึ้นตามสเปรดน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูง แม้ยังมีผลกระทบจาก Hedging loss บางส่วน ขณะที่ธุรกิจการตลาดได้อานิสงส์จากฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ทำให้ยอดขายและมาร์จิ้นทรงตัวระดับดี ส่วน BCPG เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการลม Monsoon และกำไรโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ ยังสูงจากค่าไฟ Capacity ที่เพิ่มขึ้น คงราคาเป้าหมาย 37.25 บาท. คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร และคงราคาเป้าหมาย 37.25 บาท อิง Avg PBV ที่ 0.82 เท่า แนวโน้มไตรมาส 3 เริ่มดีขึ้นจากการเพิ่ม Crude Run ของศรีราชา GRM ที่ฟื้นตัว และไม่มีแรงกดดันจากรายการ One-Time ขนาดใหญ่. ความเสี่ยง : ความผันผวนของราคาน้ำมันนักวิเคราะห์ : เอกรินทร์ วงษ์ศิริเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 055680[email protected] efinAI ABOUT THE AUTHORประน้อม บาร์เคอร์editor
ไตรมาส 3 พลิกกลับมามีกำไร 1.1 พันล้านบาท แนวโน้มไตรมาส 4 ยังดีต่อ• คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร และคงราคาเป้าหมาย 37.25 บาท อิง Avg PBV ที่ 0.82 เท่า ไตรมาส 4 คาดว่าจะยังดีจากโรงกลั่นและการตลาด• BCP รายงานกำไรที่ 1.1 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุน 2.1 พันล้านบาทในปีก่อนหน้า ถ้าดู Core Proft อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาทฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันเป็นหลัก ทั้งจากค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับขึ้นแรงและ Inventory Loss ที่ลดลง• ไตรมาส 4 คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง GRM ปรับดีขึ้นตามสเปรดน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูง Earning review :. BCP รายงานกำไรที่ 1.1 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุน 2.1 พันล้านบาทในปีก่อนหน้า ถ้าดู Core Profit อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันเป็นหลัก ทั้งจากค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับขึ้นแรงและ Inventory Loss ที่ลดลง. 1) กำลังการผลิตรวมของกลุ่มอยู่ที่ 285 KBD เพิ่มขึ้น QoQ ราว 23 KBD. 2) GRM ของกลุ่มอยู่ที่ระดับ US$7.38/BBL (จาก 4.45 ใน Q2/68) ตาม Crack Spread ของน้ำมันดีเซล และ Jet Fuel ขณะเดียวกัน Inventory Loss ลดลงเหลือเพียง US$1.54/BBL (ราว 1.2 พันล้านบาท). 3) กลุ่มการตลาดรายงาน EBITDA ที่ 1.63 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% QoQ และมากกว่า 100% YOY โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 0.85 บาท/ลิตร(+16% QoQ) หลัง Inventory Loss ลดลง. 4) ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดมีกำไร EBITDA เพิ่มขึ้น 66% QoQ อยู่ที่ 1.62 พันล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโครงการพลังงานน้ำใน สปป.ลาว จากปริมาณน้ำฝนในฤดูมรสุมที่สูงขึ้น และการเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการลม Monsoon นอกจากนี้ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาก จากค่าความพร้อมจ่าย(Capacity Payment) ที่พุ่งขึ้นจาก 29 USD/MW-day ไปเป็น 270 USD/MW-day และปริมาณการขายไฟที่เพิ่มขึ้นตามฤดูร้อนของสหรัฐ. 5) OKEA มีกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น QoQ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำและรายการด้อยค่าทรัพย์สิน (impairment loss) ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 4,872 ล้านบาท (หรือ 699 ล้านบาท ตาม%ถือหุ้นหลังหักภาษี) ไตรมาส 4 คาดว่าจะยังดีจากโรงกลั่นและการตลาด. คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยโรงกลั่นศรีราชากำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็นราว 150-153 KBD หนุน GRM ปรับดีขึ้นตามสเปรดน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูง แม้ยังมีผลกระทบจาก Hedging loss บางส่วน ขณะที่ธุรกิจการตลาดได้อานิสงส์จากฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ทำให้ยอดขายและมาร์จิ้นทรงตัวระดับดี ส่วน BCPG เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการลม Monsoon และกำไรโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ ยังสูงจากค่าไฟ Capacity ที่เพิ่มขึ้น คงราคาเป้าหมาย 37.25 บาท. คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร และคงราคาเป้าหมาย 37.25 บาท อิง Avg PBV ที่ 0.82 เท่า แนวโน้มไตรมาส 3 เริ่มดีขึ้นจากการเพิ่ม Crude Run ของศรีราชา GRM ที่ฟื้นตัว และไม่มีแรงกดดันจากรายการ One-Time ขนาดใหญ่. ความเสี่ยง : ความผันผวนของราคาน้ำมันนักวิเคราะห์ : เอกรินทร์ วงษ์ศิริเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 055680[email protected]