ดอกเบี้ยสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนทิศ? เจาะลึกทรัมป์ เคาะเลือก “เควิน วอร์ช” นั่งประธานเฟดคนใหม่

efinAI
นักวิเคราะห์ที่ Morningstar ได้รวบรวมความเห็น ระบุว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh) ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่นั้น ถือเป็นการแต่งตั้งบุคคลที่มีประสบการณ์สูงด้านนโยบายการเงิน แต่สิ่งที่ตลาดจะจับตาอย่างใกล้ชิด นั่นก็คือ วอร์ชจะยอมอ่อนข้อเมื่อเผชิญแรงกดดันจากทรัมป์ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยหรือไม่
หลังจากมีการคาดเดากันมาหลายเดือน ทรัมป์ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.) ว่า เขาตั้งใจเสนอชื่อวอร์ชให้เข้ามาแทน เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งกำลังจะหมดวาระลงจากตำแหน่งประธานเฟดในเดือนพ.ค.นี้
ที่ผ่านมา วอร์ชสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง โดยระบุว่าธนาคารกลางกำลังเผชิญปัญหาการทำหน้าที่เกินกว่าภารกิจหลัก นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจหมายถึงท่าทีเชิงผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นในปีข้างหน้าแม้เศรษฐกิจจะยังเติบโตแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม หากมองจุดยืนของวอร์ชในอดีตที่เคยสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ อาจทำให้การผลักดันลดดอกเบี้ยไม่รุนแรงนัก
ความเป็นอิสระของเฟด
การเสนอชื่อครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ จากความเห็นที่แตกต่างกันภายในเฟด ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน บางฝ่ายต้องการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงตลาดแรงงานและกระตุ้นการเติบโต ขณะที่อีกฝ่ายต้องการคงดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้สูงขึ้นอีก
ทรัมป์ได้วิจารณ์พาวเวลล์และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) หลายต่อหลายครั้ง ว่าไม่ยอมลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ เฟดยังเผชิญคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือ หลังจากมีความพยายามถอดถอนลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด ซึ่งประเด็นนี้ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกาในช่วงกลางเดือนม.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งกระทรวงยุติธรรมยังออกหมายเรียกเฟดและพาวเวลล์เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงาน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการแทรกแซงอำนาจเกินขอบเขตของฝ่ายบริหาร
เควิน วอร์ช คือใคร
ปัจจุบัน วอร์ชเป็นนักวิจัยประจำของสถาบันฮูเวอร์ (Hoover Institution) แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ช่วงต้นอาชีพเขาเคยทำงานที่ Morgan Stanley ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งในสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Economic Council) และดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช
วอร์ชเป็นที่รู้จักในฐานะสายเหยี่ยว หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาแสดงท่าทีสอดคล้องกับมุมมองของทรัมป์มากขึ้น โดยสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง และให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่าทรัมป์มีเหตุผลที่จะไม่พอใจกับการดำเนินนโยบายของเจอโรม พาวเวลล์
มุมมองจากนักวิเคราะห์
คริสโตเฟอร์ ฮอดจ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Natixis ระบุว่า วอร์ชน่าจะถือได้ว่า เป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือพอสมควรในสายตาตลาด และไม่น่ามีปัญหาในการผ่านการรับรองจากวุฒิสภา
ฮอดจ์ยังชี้ว่า วอร์ชมีแนวคิดที่สนับสนุนนโยบายฝั่งอุปทาน ซึ่งเชื่อว่านโยบายอย่างการลดกฎระเบียบและลดภาษีนั้น สามารถกระตุ้นผลิตภาพของเศรษฐกิจได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลในการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพไม่เกิดขึ้นจริง และเงินเฟ้อยังคงฝังตัวอยู่ในระดับสูง วอร์ชก็มีแนวโน้มจะปรับท่าทีไปสู่แนวทางที่เข้มงวดมากขึ้น
ลุค บาร์โธโลมิว รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Aberdeen Investments ให้ความเห็นว่า ประสบการณ์ของวอร์ชในเฟด ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้รับมือวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเข้าใจตลาดการเงินเป็นอย่างดี และมีมุมมองความคิดที่เป็นอิสระด้านนโยบายการเงินมาอย่างยาวนาน ทำให้เขาเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อที่มีความน่าเชื่อถือ
เจมส์ แองเจิล รองศาสตราจารย์ด้านการเงินจาก McDonough School of Business มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า วอร์ชมีภูมิหลังและประสบการณ์ตรงตามคุณสมบัติประธานเฟด ทั้งการศึกษาจากสถาบันชั้นนำและประสบการณ์ในการรับมือวิกฤตการเงินปี 2008 ในฐานะผู้ว่าการเฟด ข้อกังวลสำหรับตนเพียงอย่างเดียวเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์ คือเขาได้ให้คำมั่นกับทรัมป์หรือไม่ว่าจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม และลดอัตราดอกเบี้ยสูง เพื่อทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดูดีในช่วงเลือกตั้ง
วอร์ชจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยอย่างไร
นอกจากการผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว วอร์ชยังวิพากษ์วิจารณ์การที่เฟดถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่า เป็นสัญญาณที่น่ากังวลถึงอิทธิพลของเฟดที่มากเกินไปต่อทิศทางเศรษฐกิจ หากเฟดสามารถลดขนาดงบดุลลงได้ ก็จะช่วยให้สามารถคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้วอร์ชอาจสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงในช่วงนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจุดยืนดังกล่าวจะถ่ายทอดไปสู่นโยบายของเฟดมากน้อยเพียงใด ซึ่งซามูเอล ทอมบส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำสหรัฐฯ จาก Pantheon Macroeconomics มองว่า เมื่อเข้าไปนั่งในคณะกรรมการแล้ว ยังไม่แน่ว่าวอร์ชจะมีมติไปในทิศทางใด ซึ่งมีเหตุผลรองรับเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า วอร์ชคงบอกประธานาธิบดีว่า ตนเองสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้รับการเสนอชื่อ แต่ความเป็นสายเหยี่ยวของวอร์ชอาจกลับมาอีกครั้ง หลังจากได้เป็นประธานเฟดแล้ว
ทอมบส์ อธิบายว่า จากประวัติการทำงานที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าวอร์ชอาจให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อพุ่งสูงเกินควบคุม มากกว่าการเร่งสนับสนุนการจ้างงานเต็มที่ในช่วงวิกฤต หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ใกล้ระดับ 3% อย่างต่อเนื่อง ทอมบส์มองว่า วอร์ชน่าจะกังวลกับภาพลักษณ์และการถูกจดจำในหน้าประวัติศาสตร์มากกว่าการเดินเกมเพื่อเอาใจประธานาธิบดี นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากกว่าปกติภายใต้การนำของวอร์ชนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สามารถคาดหวังได้อย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน การตัดสินใจของเฟดยังขึ้นอยู่กับพลวัตภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งมีสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งหมด 12 คน โดยบาร์โธโลมิว ระบุว่า ในฐานะประธานเฟด วอร์ชน่าจะผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเขาเคยคาดว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม บาร์โธโลมิวมองว่า วอร์ชไม่น่าจะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการดำเนินนโยบายของเฟด หรือลดขนาดงบดุลได้มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดจากคณะกรรมการ
เฟดจะลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้หรือไม่
ในการประชุมเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ โดย เจอโรม พาวเวลล์ ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับที่เป็นกลาง ซึ่งหมายถึงระดับที่นโยบายการเงินไม่ตึงตัวหรือผ่อนคลายจนเกินไป
หลังการประชุมดังกล่าว ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. ไว้ที่ 47% และตัวเลขนี้แทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังทรัมป์ประกาศเสนอชื่อวอร์ช ล่าสุด นักลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายพันธบัตรล่วงหน้าให้น้ำหนักความเป็นไปได้การลดดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ไว้ที่ 48.5% ตามข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch
ที่มา Morningstar










