*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 65.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.21 ดอลลาร์ หรือ 3.5% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 70.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.31 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าอุปทานน้ำมันโลกอาจชะงัก หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มโอเปก *** กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยแพร่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลงเล็กน้อย 1,000 ราย มาอยู่ที่ 209,000 ราย ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 ม.ค. หลังจากมีการปรับเพิ่มตัวเลขของสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่คาดการณ์จากนักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดยบลูมเบิร์ก อยู่ที่ 205,000 ราย ทั้งนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับช่วงวันหยุด วันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และสหรัฐฯ ยังเผชิญกับพายุฤดูหนาวรุนแรงในหลายพื้นที่ ซึ่งโดยทั่วไปข้อมูลลักษณะนี้มักผันผวนในช่วงวันหยุดและสภาพอากาศเลวร้าย เนื่องจากประชาชนบางส่วนไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว *** ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่มีความผันผวน ปรับเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารกลาง โดยการเพิ่มขึ้นของดัชนีต่ำกว่าคาดการณ์ตลาดที่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้น 2.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนธ.ค. *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวกับเดโมแครตเพื่อกำหนดมาตรการใหม่เกี่ยวกับการตรวจจับผู้อพยพ ซึ่งนำไปสู่กระแสต่อต้านในระดับประเทศห่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงแล้ว และเรียกร้องให้สมาชิกของทั้งสองพรรคลงมติเห็นชอบต่อข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่ฝั่งเดโมแครตเปิดเผยว่า ข้อตกลงนี้จะจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาต่อไป 
*** นักลงทุนกำลังตั้งคำถามว่า คู่แข่งซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมืออัตโนมัติอาจทำให้ความต้องการใช้ซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมลดลง ทั้งในรูปของไลเซนส์และกระบวนการทำงานหรือไม่ โดยความกังวลล่าสุดเกี่ยวกับภัยคุกคามจาก AI บดบังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน กองทุน ETF กลุ่มซอฟต์แวร์ iShares Expanded Tech-Software Sector ETF ปรับตัวลดลงแล้วราว 22% จากระดับสูงสุดล่าสุด ส่งผลให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เข้าสู่ภาวะตลาดหมี *** Apple รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2026 (สิ้นสุดธ.ค. 2025) แข็งแกร่งเกินคาด โดยรายได้เติบโต 23% เมื่อเทียบรายปี จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ iPhone ส่งผลให้รายได้จากสมาร์ทโฟนพุ่งแตะระดับ 85,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลประกอบการรวมทั้งไตรมาสอยู่ที่ 143,800 ล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่า ยังไม่เห็นผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นในช่วงไตรมาสแรก จากปัจจัยด้านราคาหน่วยความจำและข้อจำกัดด้านอุปทาน อย่างไรก็ดี Apple คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสที่สอง และอาจรุนแรงยิ่งกว่านั้นในระยะถัดไป แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม *** หุ้นของ Microsoft เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 357,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการสูญเสียมูลค่ามากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นในการซื้อขายเพียงวันเดียว โดยราคาหุ้นของยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์รายนี้ปิดตลาดลดลง 10% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2020 หลังจาก Microsoft รายงานผลประกอบการที่สะท้อนการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การเติบโตของธุรกิจคลาวด์หลักชะลอตัวลง *** กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ค่าเงินหยวนอยู่ในระดับที่อ่อนค่ากว่าพื้นฐานอย่างมาก และเรียกร้องให้จีนเปิดทางให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นโดยเร็วและเป็นไปอย่างมีระบบ อย่างไรก็ดี ในรายงานดังกล่าว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ได้เจาะจงว่า ประเทศคู่ค้ารายใหญ่รายใดเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน แต่ได้เพิ่มประเทศไทยเข้าไปใน “รายชื่อเฝ้าระวัง” ของประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลในระดับสูงและมีการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในขนาดใหญ่ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังระบุว่า ยังพร้อมจัดให้จีนเป็นประเทศผู้บิดเบือนค่าเงินในอนาคต หากมีหลักฐานปรากฏว่า จีนเข้าแทรกแซงค่าเงินผ่านช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ตาม เพื่อขัดขวางการแข็งค่าของเงินหยวนในอนาคต *** มณฑลในจีนหลายแห่งปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 ลง ซึ่งสะท้อนความเป็นไปได้ที่จีนอาจปรับลดเป้าหมายการเติบโตระดับประเทศเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี โดยรายงานการทำงานของรัฐบาลท้องถิ่น ระบุว่า ในบรรดา 20 ภูมิภาคที่เปิดเผยแผนเศรษฐกิจแล้ว ส่วนใหญ่ตั้งเป้าการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมณฑลส่วนใหญ่ รวมถึงมณฑลเศรษฐกิจหลักอย่างกวางตุ้งและเจ้อเจียง ปรับลดเป้าหมายลง 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือเปลี่ยนไปใช้กรอบเป้าหมายช่วงค่าต่ำสุด 
|