ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตัดสินใจเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม้แปรรูป และเวชภัณฑ์จากเกาหลีใต้ เป็น 25% พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ ที่ยังไม่ผ่านการบังคับใช้ข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า รัฐสภาเกาหลีใต้ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้กับสหรัฐฯ โดยชี้ว่า เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ ยังไม่ออกกฎหมายรองรับข้อตกลงการค้า ที่เขาเรียกว่าเป็นข้อตกลงเชิงประวัติศาสตร์ แม้จะเป็นสิทธิ์ของเกาหลีใต้ก็ตาม ทำให้ตนจึงสั่งเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ ทั้งรถยนต์ ไม้แปรรูป เวชภัณฑ์ และภาษีตอบโต้ทั้งหมด จากเดิมที่อัตรา 15% เป็น 25% อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่าการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด หรือปัจจัยใดเป็นชนวนให้ประธานาธิบดีทรัมป์ออกคำสั่งดังกล่าว หลังรายงานดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้ ปรับตัวลดลง 0.7% ในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันอังคาร ขณะที่เงินวอนอ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากแตะระดับแข็งค่าสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือนเมื่อวันจันทร์ ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือบลูเฮาส์ ระบุว่า คิม จอง-กวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางในแคนาดา จะเดินทางไปสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้ และมีกำหนดพบกับฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ โดยคิม จอง-กวาน มีกำหนดเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 28–31 ม.ค. ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด 
บลูเฮาส์ระบุเพิ่มเติมว่า ยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ แต่ที่ปรึกษาประธานาธิบดีจะหารือร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการรับมือ ตามปกติ สมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้ จะพิจารณาร่างกฎหมายเฉพาะในช่วงสมัยประชุมปกติหรือสมัยประชุมพิเศษ โดยรอบการพิจารณากฎหมายครั้งถัดไป มีกำหนดเริ่มในวันที่ 3 ก.พ. ขณะที่ในอดีต ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่จะขึ้นภาษีในหลายกรณี และบางครั้งก็เลื่อนออกไปหรือไม่ดำเนินการตามที่กล่าวไว้ โดยสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้รองจากจีน โดยภาคยานยนต์คิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของการส่งออกไปสหรัฐ มูลค่าส่งออกของเกาหลีใต้ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 709,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้น 3.8% จากปี 2024 ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ มีมูลค่า 122,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.8% แต่ยังคงเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากจีน ขณะที่การส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ มีมูลค่า 30,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 25% ของการส่งออกทั้งหมดไปสหรัฐฯ และเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนสูงสุดของเกาหลีใต้ แม้จะลดลง 13.2% จากปี 2024 ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงกรอบความร่วมมือ ที่ทั้ง 2 ประเทศบรรลุเมื่อปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ตกลงกำหนดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากเกาหลีใต้ที่ 15% ลดลงจากเดิม 25% เพื่อให้เทียบเท่าญี่ปุ่น โดยอัตราภาษี 15% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา การปรับขึ้นอัตราภาษีดังกล่าว จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะฮุนได มอเตอร์ และบริษัทในเครืออย่างเกีย ซึ่งพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง โดยราคาหุ้นของฮุนไดและเกีย ปรับตัวลดลง 3.5% และ 4.8% ตามลำดับในเช้าวันนี้ ที่มา Reuters 
|