โบรกฯ จับตาหุ้นท่องเที่ยว พร้อมรับปัจจัยหนุนเพียบ หลังคมนาคมพร้อมลุย ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย - จีนทะลักช่วงตรุษจีน - แคมเปญ "ลิซ่า" เที่ยวไทย ชู CENTEL - ERW- AWC เด่น พร้อมกลุ่มห้าง - ร้านค้าปลีก และกลุ่มนิคมฯ รับอานิสงส์พ่วงตามไปด้วย ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ในวันนี้นักวิเคราะห์ ได้ประเมินมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีหลายปัจจัยบวกทั้งในระยะสั้น ที่การท่องเที่ยวไทยจะรับอานิสงส์จากการกระตุ้นทางภาครัฐ และไฮซีซั่นในช่วงตรุษจีน ขณะที่ปัจจัยในระยะยาวมีหลายโครงการที่กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วยหนุน โดยเฉพาะ โครงการที่กระทรวงคมนาคม ยังเดินหน้าพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) ทั้งสนามบินอู่ตะเภา ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย-Entertainment Complex
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA : BA ถือหุ้น 45% BTS 35%STECON 20%) พร้อมด้วย เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการ ก.พ.69 นี้ โดยไม่รอความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังแก้ไขสัญญาแล้ว โดยโครงการแรกที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับนักลงทุน
ขณะที่ รมว. คมนาคม ย้ำ มีแผนผลักดัน เมกะโปรเจ็กต์ ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย-Entertainment Complex’ ที่ EEC โดยไม่มีกาสิโน ซึ่งภายในจะประกอบด้วย • Concert & Event Hall : พื้นที่จัดแสดงดนตรีและอีเวนต์ระดับโลก • National Stadium : สนามกีฬาแห่งใหม่ ความจุ 80,000 ที่นั่ง เพื่อดึงดูดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ • Theme Park : สวนสนุกระดับโลกที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง * หวัง Disney Land ทำ EEC บูมกว่าเดิม บล.กรุงศรี ประเมินทิศทางดังกล่าว โดยเฉพาะ Disney Land หากเกิดขึ้น จะช่วยเริ่มเห็นการพัฒนา EEC เร่งขึ้น โดยหนุนเศรษฐกิจประเทศระยะกลาง-ยาวหลายด้านและชุดหุ้นหลายบริษัท
1.) หากแผนพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ใหญ่กรณี Disney Land เดินหน้า คาดมีโอกาสข้อสรุปการแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูงที่กำลังดำเนินอยู่น่าจะมีข้อสรุปง่ายขึ้น หนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 2.) โครงการเชิงพาณิชย์ของ UTA น่าจะเร่งลงทุนให้สอดรับกัน ช่วยต่อยอด New S Curve ของหุ้นที่อยู่ในกิจการร่วมทุนข้างต้นด้วยโดยเฉพาะ BTS ที่กำลังหาโครงการใหม่ลงทุน ทั้งนี้ ในกลุ่มสุดท้ายยังน่าจะประเมินรายละเอียดโครงการที่จะเพิ่มขึ้นในลำดับถัดไปอีกครั้ง 3.) โครงการระดับแม่เหล็ก จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติใน EEC หนุน FDI และมูลค่าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว จิตวิทยาบวกต่อหุ้นนิคม WHA, AMATA 4.) ภาคการท่องเที่ยวพื้นที่ดังกล่าว โรงแรม CENTEL (โรงแรมในตะวันออก 19.8% ของ Port) ERW(13.5% ของ Port) และ AWC (7.7% ของ Port) ห้าง - ร้านค้าปลีก CPALL., CRC, CPN Best Picks: เราแนะน าเน้นลงทุนหุ้นที่มีแรงส่งพื้นฐานระยะสั้นประกอบด้วย อาทิ CENTEL, AWC และ AMATA ที่นิคมกระจุกตัวใกล้พื้นที่ EEC บวกกับ หุ้นสะท้อนจิตวิทยาลบ Pre-sales ที่ดินชะลอระยะสั้นแล้ว
* มั่นใจ ตรุษจีนนี้ นักท่องเที่ยวจีนทะลักแน่ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มองบวก เทศกาลตรุษจีนปีม้า คาดมีกรณีข้อพิพาทจีน - ญี่ปุ่น เป็นแรงหนุน เพราะทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินใน 49 เส้นทางสู่ญี่ปุ่น โดย ม.ค. 26 การยกเลิกเร่งขึ้นมีนัยฯ 47.2% จากแผนบินฤดูหนาวเดิม vs ธ.ค. 25 -7.8%
แคมเปญ ททท. ในส่วน ““Feel All the Feelings” เฟสถัดไป จะมีการทยอยปล่อยคอนเทนต์ภาพถ่ายและเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านเพจ Amazing Thailand เช่น การขยายเรื่องราวของ “ทะเลบัวแดง” ไปยังจังหวัดอื่น ๆ อย่าง พัทลุง อุบลราชธานี และขอนแก่น Tencent Video และ WeTV เปิดตัวสารคดีอาหารระดับพรีเมี่ยม “Tasteful Thailand” หนึ่งในโปรเจ็กต์เรือธงด้านคอนเทนต์วัฒนธรรมของปี 69 กำหนดออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. เริ่มตอนแรกอย่างเป็นทางการวันที่ 30 ม.ค. 69 บล.กรุงศรี ประเมินเป็นภาพบวกต่อการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวปี 69ในระยะถัดไป โดยส่วนแรกคาดเป็นเพิ่มหมุดหมายสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ต่างชาติอาจจะยังไม่เคยรับรู้มาก่อน ดังเช่นกรณีทะเลบัวแดง ส่วนรายการ “Tasteful Thailand” เราประเมินเป็น Soft Power ของไทยที่มีอิทธิพลสูงต่อการท่องเที่ยวไทยได้ โดยระยะแรกน่าจะหนุนการฟื้นตัวนักท่องเที่ยวจีนเร่งขึ้น เนื่องจากเป็น Platform หลักของจีน กล่าวคือ Tencent Video เป็น Platform VDO อันดับ 1 ของจีน มีสมาชิกเสียค่าบริการ 114 ล้านคน ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้แบรนด์ WeTV ในการทำตลาด โดยเป็น Application ที่มีการ Download สูงสุด โดยรวมทำให้เรามั่นใจภาพโมเมนตัมท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 69 จะเป็นภาพบวก โดยมี Core Driver คือ คนจีน โดยคาดนักท่องเที่ยวน่าจะอยู่ในรูปแบบการฟื้นตัว w-w ต่อเนื่องถึงตรุษจีน และเติบโต y-y จากฐานต่ำต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี และมีโอกาสนักท่องเที่ยวทั้งปี 69 สูงกว่า Consensus ประเมินอนุรักษ์นิยม 35.0-35.5 ล้านคนได้ แนะนำลงทุน หุ้นท่องเที่ยว CENTEL (ลูกค้าจีน 6%), AWC (ลูกค้าจีน 12%) หุ้นสนามบิน AOT หุ้นภาคบริการ เน้น “Deep Value” อาทิ CPALL, BH, BDMS * ดาโอ ชี้นักท่องที่ยวจีนปีนี้ โต 12% แตะ 5 ล้านคน บล.ดาโอ เปิดเผยว่า เรามองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นได้ดี +10% YoY ในช่วง ตรุษจีน ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตได้ดี โดยปี 24 ช่วงตรุษจีนมีนักท่องเที่ยวรวมโตได้ราว +20% YoY จากฐานต่ําในปี 23 ด้านนักท่องเที่ยวจีนก็มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นได้ดีจากเที่ยวบินเช่าเหมาลํา (Charter flight) ที่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลข On the book ของกลุ่มโรงแรมใน Q1/69 ที่จะเพิ่มขึ้นได้ดี 5-20% YoY (เทศกาลตรุษจีนปี 25 อยู่วันที่ 29 ม.ค. 25 แต่ปี 26 เทศกาล ตรุษจีนอยู่วันที่ 17 ก.พ. 26) ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากจํานวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นได้
ดีเรียงลําดับตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR และกลุ่ม Aviation ได้แก่ AOT, AAV ที่จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณการจํานวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 69 ที่ 34.5 ล้านคน/5.0 ล้านคน เรายังคงประมาณการจํานวนนักท่องเที่ยวรวมปี 69 จะอยู่ที่ 34.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น +5% YoY จากปี 68 ที่ 33 ล้านคน ลดลง -7% YoY และคาดจํานวนนักท่องเที่ยวจีนปี 69 จะ อยู่ที่ 5.0 ล้านคน เพิ่มขึ้น +12% YoY จากปี 68 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง -34% YoY เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดย Top pick ของกลุ่ม เราเลือก CENTEL, ERW CENTEL (ซื้อ/เป้า 36.00 บาท) จากกําไร Q4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้ง YoY/QoQ จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ 68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากสนามบินมัลดีฟส์ที่มีการเปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มี สัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15% ERW (ซื้อ/เป้า 2.90 บาท) จากแนวโน้มกําไร Q4/68 จะเพิ่มขึ้น QoQ เพราะผ่านจุดต่ําสุดไปแล้ว ใน Q2/68 ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13% 
จากประเด็นดังกล่าว สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย สรุปข้อมูล และประเมินโอกาสของนักลงทุน ไว้ดังนี้
1. ปัจจัยบวกที่หนุนภาคท่องเที่ยวโดยตรง - ตรุษจีนปีม้า คาดนักท่องเที่ยวจีนทะลักเข้าไทย จากข้อพิพาทจีน-ญี่ปุ่น - สารคดีอาหาร "Tasteful Thailand" บนแพลตฟอร์มอันดับ 1 ของจีนอย่าง Tencent Video - แคมเปญ "Feel All the Feelings" ของ ททท.ที่มี "ลิซ่า" เป็นพรีเซ็นเตอร์ 2. ปัจจัยบวกทางอ้อม - การเดินหน้าสนามบินอู่ตะเภา (UTA) - Disney Land เมืองไทย & Entertainment Complex ใน EEC | กลุ่มอุตสาหกรรม | หุ้นแนะนำ | เหตุผลสนับสนุน | | โรงแรม / ท่องเที่ยว | CENTEL, ERW, AWC | รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวจีน (ERW มีสัดส่วนรายได้จีนสูงสุด 13%, CENTEL รับส้มหล่นสนามบินมัลดีฟส์เปิด Terminal ใหม่) | | นิคมอุตสาหกรรม | AMATA, WHA | ได้ประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC และมูลค่าที่ดินที่พุ่งสูงขึ้น | | การบิน | AOT, AAV, BA | จำนวนผู้โดยสารฟื้นตัวตามความต้องการเดินทางและโครงการอู่ตะเภา (BA ถือหุ้นใหญ่ใน UTA) | | ค้าปลีก / บริการ | CPALL, CRC, BDMS | หุ้นกลุ่ม Deep Value ที่ได้รับอานิสงส์จากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและ Wellness Tourism | มุมมองต่อโอกาสในอนาคตและการต่อยอดสินทรัพย์อื่น
ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยดังกล่าวจะมีผลดีต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวแล้ว มีโอกาสที่จะส่งผลบวกต่อสินทรัพย์อื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น กลุ่ม Real Estate ในโซน EEC อย่างคอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮมในโซนพัทยา-สัตหีบ-ระยอง ตามการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น หรืออาจจะเป็นกลุ่ม Infrastructure Token / REITs หากโครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้อาจมีการระดมทุนผ่าน Digital Token หรือการตั้งกอง REIT เพื่อบริหารศูนย์ประชุมและสนามบิน ซึ่งเหมาะกับการลงทุนที่ต้องการเงินผันผลในระยะยาว ขณะเดียวกันต้องจับตา ทิศทางราคาที่ดิน บริเวณรอบๆ โครงการ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้น เมื่อมีความชัดเจนของโครงการ  |