Krungthai COMPASS เผยส่งออกเดือน ธ.ค. 2568 ขยายตัว 16.8%YoY คาดส่งออกปี 2569 จะชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าเสี่ยงกระทบต่อการแข่งขัน

รูป Krungthai COMPASS เผยส่งออกเดือน ธ.ค. 2568 ขยายตัว 16.8%YoY คาดส่งออกปี 2569 จะชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าเสี่ยงกระทบต่อการแข่งขัน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ม.ค. 69 16:07 น.

 

Key Highlights :
• มูลค่าส่งออกเดือน ธ.ค. 2568 เติบโต 16.8%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 7.1%YoY จากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เติบโตดีต่อเนื่อง และการส่งออกทองคำที่กลับมาขยายตัวได้ดี ด้านการนำเข้ายังขยายตัวสูงที่ 18.8%YoY ทั้งนี้ ภาพรวมทั้งปี 2568 การส่งออก ขยายตัว 12.9%YoY ขณะที่การนำเข้าเติบโต 12.9%YoY ส่งผลให้ดุลการค้าไทย ขาดดุล 5,307.9 ล้านดอลลาร์ฯ สรอ.

 

• การส่งออกปี 2569 ชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยโมเมนตัมของสินค้าที่ได้รับผลจากภาษีสหรัฐลดลงช้า ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่เกี่ยวกับการส่งออกยังคงขยายตัวสูง ทั้งนี้จำเป็นต้องติดตาม 1) แนวโน้มเงินบาทแข็งค่า จากการส่งออกที่ดีกว่าคาดและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และ 2) ศาลสูงสุดสหรัฐอาจตัดสินให้ภาษีศุลกากรตอบโต้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สร้างความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

 

มูลค่าส่งออกเดือน ธ.ค. 2568 ขยายตัว 16.8%YoY ทั้งนี้ ทั้งปีการส่งออกไทยขยายตัว 12.9%YoY

มูลค่าส่งออกเดือน ธ.ค. 2568 อยู่ที่ 28,928.4 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 16.8%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่โต 7.1%YoY ขยายตัวมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 8.74%YoY1 โดยมีแรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อน สวนทางกับสินค้าเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สำหรับการส่งออกทองคำในเดือนนี้เติบโตที่ 148.4%YoY ทำให้เมื่อหักทองคำแล้ว มูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัวได้ 14.4%YoY เร่งขึ้นจาก 8.7%YoY ในเดือนก่อน

 

• การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 20.3%YoY เร่งขึ้นจาก 12.2%YoY ในเดือนก่อน และขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยสินค้าสำคัญที่เติบโต ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ (+102.6%) หม้อแปลงไฟฟ้า (+53.3%) และเครื่องคอมพิวเตอร์ (+51.5%) ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ (-13.0%) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (-9.6%) และสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน (-8.5%)

 

• นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 2.8%YoY กลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 6.8%YoY กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า ในขณะที่สินค้าเกษตรหดตัว 0.6%YoY หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ไข่มันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (+40.4%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+18.4%) และไก่แปรรูป (+17.3%) ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ข้าว (-27.4%) เครื่องดื่ม (-17.3%) และน้ำตาลทราย (-10.2%)

การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยมีแรงหนุนสำคัญจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ส่งออกรายตลาดหลัก ขยายตัวได้ในสหรัฐฯ-ยุโรป ขณะที่ตลาดจีนและญี่ปุ่นกลับมาหดตัวในเดือนนี้

• สหรัฐฯ: ขยายตัว 54.3%YoY เติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 27 โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

 

• จีน: ขยายตัว 4.4%YoY กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ทองแดง ยางพารา และเครื่องโทรสาร เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เม็ดพลาสติก ข้าว และเคมีพัณฑ์ เป็นต้น

 

• ญี่ปุ่น: ขยายตัว 8.6%YoY กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องจักรกล ทองแดง และรถยนต์ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และเม็ดพลาสติก เป็นต้น

 

• EU27: ขยายตัว 17.2%YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา เหล็ก และหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น

 

• ASEAN-5: ขยายตัว 13.1%YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า และอัญมณีเป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก เป็นต้น

 

• มูลค่าการนำเข้าเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 29,280.4 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 18.8%YoY เร่งขึ้นจาก 17.6%YoY เมื่อเดือนก่อน โดยสินค้านำเข้าที่ขยายตัว เช่น ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (+39.25%) สินค้าทุน (+31.66%) และสินค้าอุปโภคบริโภค (+27.19%) ในขณะที่สินค้านำเข้าที่หดตัว ได้แก่ สินค้าเชื้อเพลิง (-17.13%) โดยดุลการค้าเดือน ธ.ค. ขาดดุล 352.0 ล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ ภาพรวมการนำเข้าทั้งปี 2568 ขยายตัว 12.9%YoY ทำให้ ดุลการค้าไทยทั้งปี 68 ขาดดุล 5,307.9 ล้านดอลลาร์ฯ


Implication:
• แม้ในปี 2568 มูลค่าการส่งออกจะขยายตัวถึง 12.9% YoY แต่การนำเข้าทั้งปีก็ขยายตัวสูงถึง 12.9%YoY เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทุนและวัตถุดิบ ตัวเลขสะท้อนการส่งออกที่เติบโตจากสินค้า Low Local Content โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น การส่งออกจึงมีอานิสงส์ต่อ GDP Growth ในปี 2568 อย่างจำกัด

 

• Krungthai COMPASS มองการส่งออกปี 2569 จะหดตัวลงจากปี 2568 จากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะส่งผลเต็มปี และผลของฐานสูง แต่คาดว่าการส่งออกจะลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมูลค่าส่งออกรวมหักทองคำและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในช่วง ส.ค.-ธ.ค. 68 (หลังสหรัฐเริ่มเก็บภาษี) ขยายตัว 3.2%YoY ชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากช่วง ม.ค.-ก.ค. 68 ที่ขยายตัวสูง 8.1%YoY นอกจากนี้ การนำเข้าที่เกี่ยวกับการส่งออกยังเติบโตสูง โดยการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวสูงถึง 31.7% ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบหักทองคำขยายตัวสูงถึง 30.5% สะท้อนว่าการส่งออกสินค้า Low Local Content จะชะลอตัวลงไม่มากนักในช่วงต้นปี 2569 ในระยะข้างหน้า ต้องติดตาม

 

(1) แนวโน้มเงินบาทแข็งค่า ตามทิศทางราคาทองคำ ตลอดจนแรงหนุนการส่งออกที่โตดีกว่าคาด และเงินทุนที่ไหลเข้ามายังตลาดพันธบัตรและตลาดทุนไทย โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ของปี 68 ส่งผลให้ดุลการชำระเงินโดยเฉลี่ยเกินดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นยังส่งผลต่อความ ผันผวนของค่าเงิน การแข็งค่าของเงินบาทจะทำให้ผู้ส่งออกไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และสูญเสียรายได้ในรูปเงินบาท โดยเฉพาะผู้ส่งออกขนาดเล็ก

 

(2) ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Timeline การตัดสินของศาลสูงสหรัฐที่อาจทำให้ Reciprocal Tariff ภายใต้กฎหมาย IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการตอบสนองของรัฐบาลสหรัฐที่อาจออกมาตรการทางค้าผ่านกฎหมายฉบับอื่นแทน ซึ่งจะต้องจับตา โอกาสที่สหรัฐจะประกาศเก็บภาษีTransshipment Tariff กับสินค้าไทยเพิ่มเติม

 

1 อ้างอิงจาก Reuter Polls (as of Jan 2026)

2 สินค้า Low Local Content หมายถึงสินค้าที่มีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุนหรือวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง โดยอ้างอิงจากการศึกษา เรื่อง ภาษีทรัมป์ 2.0 กับความท้าทายต่อภาคการส่งออกไทย (2025) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย


ก้องภพ วงศ์แก้ว
กฤตตฤณ เหล่าฤทธิ์
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

 

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ