BH เผยเปิดตัว "Longevity Ecosystem" ระบบนิเวศแห่งการมีอายุยืนยาวผ่านพันธมิตรกว่า 10 ราย รุกกลยุทธ์ใน 5 กลุ่ม ทั้งท่องเที่ยว การเงิน ไลฟ์สไตล์ การศึกษาและเทคโนโลยี พร้อมตั้งเป้ารายได้ธุรกิจไวทัลไลฟ์โต 50% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จาก 1-2 พันลบ.ในปีก่อน ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และ Executive Advisor ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยว่าศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ประกาศเปิดตัวระบบนิเวศเพื่อการมีอายุยืนยาวแบบบูรณาการ (Integrated Longevity Ecosystem) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงพันธมิตรจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ การท่องเที่ยว บริการทางการเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษา และเทคโนโลยี เพื่อขยายการดูแลด้านการมีอายุยืนสู่ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดียิ่งขึ้น ทั้งนี้กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยึดมั่นในพันธกิจการส่งมอบการดูแลสุขภาพระดับโลกที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในเอเชีย โดยโรงพยาบาลฯ สร้างชื่อเสียงขึ้นมาจากการรักษาโรคและเป็นที่พึ่งในยามที่ผู้คนเจ็บป่วย แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้คนไม่ต้องการระบบสุขภาพที่รอให้ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา แต่ต้องการระบบที่ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดีอยู่เสมอ นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในวิธีคิดของคนในปัจจุบันเกี่ยวกับสุขภาพ ที่สถาบันทางการแพทย์ต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โดยปัจจุบันมีพันธมิตรจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมแล้วที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวกับบริษัทแล้วมากกว่า 10 ราย โดยมีทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน บริษัทประกันชีวิต และสถาบันการศึกษา ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่การสร้างแบรนด์ร่วมกัน (Co-Branding) เท่านั้น แต่มีเป้าหมายคือสุขภาพของลูกค้าทั้ง 2 ฝั่ง โดยบริษัทคาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อพันธมิตรได้ในลำดับถัดไป “เมื่อ 25 ปีที่แล้ว บำรุงราษฎร์ได้ก่อตั้งไวทัลไลฟ์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพทางการแพทย์แห่งแรกของเอเชีย เพราะเชื่อว่าการป้องกัน ไม่ใช่แค่การรักษา จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของวงการสุขภาพ จนทำให้วันนี้ไวทัลไลฟ์ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืน โดยมีคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกและมาตรฐานทางคลินิกระดับโรงพยาบาล” ดร.อาทิรัตน์ กล่าว 
ดร.อาทิรัตน์ กล่าวต่อว่าข้อมูลจาก Global Wellness Economy พบว่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 67 และคาดว่าจะเติบโตถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 72 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยขยายตัวมากกว่า 11% ต่อปี โดยผู้บริโภคกว่า 60% ในหลายตลาดระบุว่า การมีสุขภาพดีในวัยที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญสูงสุด นางสาวนภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH กล่าวว่าบริษัทได้ออกแบบระบบนิเวศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร 5 กลุ่มหลัก โดยแต่ละกลุ่มมีบทบาทที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลสุขภาพตามแผนได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเตรียมตัวระหว่างการเดินทางไปจนถึงการฟื้นฟู 2.ความร่วมมือด้านบริการทางการเงิน ช่วยผสานการวางแผนสุขภาพเข้ากับการวางแผนการเงินในระยะยาว 3.ความร่วมมือด้านไลฟ์สไตล์ ช่วยในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ลงทุนกับความเป็นเลิศด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพ 4.ความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย ประกอบด้วยสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์การมีอายุยืน ช่วยรับประกันว่าโปรแกรมต่างๆตั้งอยู่บนพื้นฐานของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดและพัฒนาไปพร้อมกับความก้าวหน้าขององค์ความรู้ใหม่ๆ 5.ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล ทำให้เกิดการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและเรียลไทม์ รวมถึงมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อ ทำให้ลูกค้าเชื่อมโยงกับเส้นทางสุขภาพของตนเองได้ทุกที่ “ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรเหล่านี้ จะทำให้ไวทัลไลฟ์จะสามารถเข้าถึงลูกค้าของเราในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นั่นคือการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว” นางสาวนภัส กล่าว นางสาวนภัส กล่าวต่อว่าโมเดลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรนี้มีความสำคัญไม่ใช่แค่กับวงการสุขภาพ แต่กับโลกธุรกิจโดยรวม โดยข้อมูลเศรษฐกิจแห่งความร่วมมือ (Collaboration Economy) พบว่าเกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลกในปัจจุบัน มาจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศธุรกิจและพันธมิตร โดย 73% ขององค์กรชั้นนำ ได้วางกลยุทธ์ด้านพันธมิตรให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักทางธุรกิจ จากข้อมูลยังพบว่าองค์กรจำนวนมากสร้างรายได้ถึง 30-60% จากพันธมิตรและความร่วมมือ ดังนั้นโอกาสทางธุรกิจที่มาจากพันธมิตร จึงมีอัตราความสำเร็จในการปิดการขายสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่องทางการตลาดและการขายอื่นๆ นอกจากนี้ความร่วมมือกับพันธมิตรจะทำให้เกิดพลังและสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและผู้ใช้บริการ ดังนี้ 1.การขยายการเข้าถึงความร่วมมือจะช่วยให้องค์กรขยายขีดความสามารถไปสู่ตลาดใหม่ๆและเข้าถึงลูกค้าในจุดที่ต่างออกไป โดยไม่ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นเอง พันธมิตรแต่ละรายนำจุดแข็งที่อีกฝ่ายไม่มีมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน 2.การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การทำงานร่วมกันขององค์กรที่ส่งเสริมกันและกัน จะสร้างประสบการณ์แบบบูรณาการที่ไม่มีใครทำได้โดยลำพัง ลูกค้าได้รับคุณค่ามากขึ้น และทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน 3.การแบ่งปันความไว้วางใจ เมื่อองค์กรที่น่าเชื่อถือร่วมมือกัน ความไว้วางใจจะถูกส่งต่อ ลูกค้าที่เชื่อมั่นในพันธมิตรรายหนึ่งอยู่แล้วจะเปิดใจให้กับอีกรายได้ง่ายขึ้น 4. การเร่งสร้างนวัตกรรม การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและเทคโนโลยีนำมาซึ่งมุมมองใหม่ๆ งานวิจัยที่ล้ำสมัย และความสามารถใหม่ๆที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 5. การเติบโตร่วมกัน ความร่วมมือที่แข็งแกร่งสร้างคุณค่าให้ทุกฝ่าย พันธมิตรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ขีดความสามารถใหม่ และโอกาสใหม่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทั้งนี้มีข้อมูลว่าตลาดไลฟ์สไตล์เพื่อการมีอายุยืนยาวคาดว่าจะเติบโตจาก 58.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 68 เป็น 183.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 76 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือโอกาสสำคัญของโมเดลนี้ เพราะเป็นตลาดด้านศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกและประเทศไทยยังเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ผศ.นพ.พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และเอสเพอรานซ์ และ Chief Science Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่าไวทัลไลฟ์เป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืนนำเสนอการประเมินสุขภาพแบบองค์รวม โปรแกรมเฉพาะบุคคล และการดูแลสุขภาพที่อ้างอิงบนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ความท้าทายที่ทุกองค์กรด้านนี้ต้องเผชิญคือ คนส่วนใหญ่ประสบปัญหาที่จะเปลี่ยนคำแนะนำทางการแพทย์ให้เป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน ‘การรู้’ ไม่เหมือนกับ ‘การลงมือทำ’ นี่คือจุดที่ทำให้ศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาวล้มเหลว ไม่ใช่ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่คือการไม่นำไปปฏิบัติ ดังนั้นไม่ว่าขีดความสามารถทางการแพทย์จะล้ำสมัยแค่ไหน ไวทัลไลฟ์ไม่สามารถไปอยู่ในทุกจุดของการตัดสินใจในชีวิตของทุกคนได้ นี่คือเหตุผลที่ความร่วมมือคือ ‘สิ่งจำเป็น’ ที่พันธมิตรจะช่วยให้เราสามารถขยายความรู้ทางการแพทย์ของเราไปสู่ชีวิตประจำวัน ในกิจกรรมที่พันธมิตรกำลังให้บริการลูกค้า และทำให้มั่นใจว่าเราอยู่แถวหน้าของวิทยาการเสมอ โดยเรานำรากฐานทางการแพทย์เข้ามา พันธมิตรนำความสามารถที่ส่งเสริมกันเข้ามา เมื่อรวมกันทำให้เราสร้างสิ่งที่ไม่มีใครสามารถทำได้โดยลำพัง อย่างไรก็ตามรากฐานที่แข็งแกร่งของไวทัลไลฟ์ ซึ่งสั่งสมประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษในฐานะศูนย์เวลเนสเชิงการแพทย์แห่งแรกของเอเชีย และได้รับการสนับสนุนจากมาตรฐานการดูแลระดับโรงพยาบาลจากบำรุงราษฎร์ ทำให้เราเป็นแกนหลักที่สมบูรณ์แบบสำหรับระบบนิเวศนี้ เรานำความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ล้ำลึกเข้ามา ในขณะที่พันธมิตรของเรานำความสามารถที่ส่งเสริมกันเข้ามาเติมเต็มและเมื่อรวมกัน เรากำลังสร้างโซลูชันที่ไม่มีใครสามารถทำได้โดยลำพัง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นตลาดด้านศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ความต้องการมีอยู่แล้ว โครงสร้างพื้นฐานก็พร้อมแล้ว และวันนี้ไวทัลไลฟ์พร้อมแล้วที่จะตอบสนองต่อโอกาสอันมหาศาลนี้ นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากไวทัลไลฟ์ในปี 69 จะเติบโตตัวเลข 2 หลัก จากปีที่ผ่านมาทำได้ราว 1,000- 2,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้ารายได้จะเติบโตได้มากกว่า 50% จากการร่วมมือขยายฐานลูกค้าร่วมกับพันธมิตรทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม 
|