รายงานจากบลูมเบิร์กระบุว่า เม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุน ETF ที่ Central Huijin Investment ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน National Team ถือครองนั้น ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า จีนกำลังเปลี่ยนแปลงแนวทางจากที่เคยมุ่งพยุงตลาด ไปสู่การคุมเข้มและสกัดความร้อนแรงของตลาดอย่างจริงจัง แม้นักลงทุนจำนวนมากมองว่า การขายสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อลดแรงเก็งกำไรที่มากเกินไปในหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะฝั่งเทคโนโลยี มากกว่าการกดดันตลาดโดยรวม แต่การเปลี่ยนบทบาทของกองทุน National Team ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนตลาดหุ้นจีน จากการพยุงฝ่ายเดียว มาเป็นการซื้อ–ขายด้วยนั้น ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตลาดแล้ว Bloomberg Intelligence ประเมินว่า Central Huijin ขายสินทรัพย์มูลค่ารวม 67,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกองทุน ETF จำนวน 14 กองทุน ภายในเวลาเพียง 6 วันทำการ นับจนถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เงินทุนไหลออกจาก ETF เกิดขึ้นในระหว่างที่หน่วยงานกำกับดูแลเพิ่มความเข้มงวดต่อกฎการใช้มาร์จิ้นเทรด ซึ่งแสดงถึงความกังวลจากการที่หุ้นบางกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยีอวกาศและแอปพลิเคชัน AI ที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องความสามารถในการทำกำไร โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมา ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหลักในตลาดภายในประเทศ ปรับขึ้น 1.8% ขณะที่ Star 50 Index ซึ่งเน้นหุ้นชิป พุ่งขึ้นถึง 16% 
นักวิเคราะห์จาก Beijing Win Integrity Investment Management กล่าวว่า ในระยะนี้ นักลงทุนควรหันไปเน้นซื้อขายหุ้นที่กองทุน National Team มีสัดส่วนการถือครองต่ำ เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากแรงเทขาย แม้กิจกรรมการซื้อขายของ National Team จะยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการจนกว่าจะถึงกำหนดรายงานประจำไตรมาส แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ยังคงประเมินว่าตอนนี้ Central Huijin ยังมี “กระสุน” เหลืออยู่อีกเท่าใด โดย Bloomberg Intelligence ระบุว่า Central Huijin เริ่มเข้าลงทุนใน ETF ของจีนอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2023 และมีสินทรัพย์ใน ETF รวมราว 180,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนส.ค. 2025 ฟากนักวิเคราะห์ของ BI มองว่า “ปริมาณของการเทขายหลักทรัพย์บ่งชี้ถึงความพยายามเชิงรุกเพื่อเปิดทางไปสู่การปรับฐานราคาหุ้นในกลุ่มที่ร้อนแรงเกินไป” โดยหลังจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนี Star 50 มีเงินไหลออกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักวิเคราะห์ประเมินว่า Central Huijin มีศักยภาพในการเข้าซื้อกองทุนดังกล่าวเพียง 5% เท่านั้น ขณะที่การซื้อขายในระยะนี้ พบว่า ดัชนีบางตัวถูกกดลงในการซื้อขายระหว่างวัน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายใน ETF ที่อ้างอิงดัชนีนั้น ๆ กลับพุ่งสูงขึ้น ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกตีความในวงกว้างว่า เป็นสัญญาณการขายของ National Team รูปแบบดังกล่าวเกิดซ้ำตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แรงเปิดรับความเสี่ยงที่แข็งแกร่งในตลาด ทำให้การแทรกแซงไม่ได้กดดันดัชนีให้ติดลบเสมอไป ตัวอย่างเช่น กองทุน E-fund ChiNext ETF แม้จะมีเงินไหลออกจำนวนมากในวันพฤหัสบดี แต่ดัชนียังสามารถฟื้นตัวหลังจากร่วงลงระหว่างวันได้ ที่มา Bloomberg 
|