
นักทำนายใน Polymarket ประเมินว่า โอกาสที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะชัตดาวน์ก่อนสิ้นเดือนมกราคมอยู่ที่ 77% หลังเดโมแครตประกาศไม่หนุนร่างงบฯ เสี่ยงกระทบทั้งเศรษฐกิจและร่างกฎหมาย CLARITY Act
กระแสคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจ “ชัตดาวน์” อีกครั้งในสิ้นเดือนนี้ ยิ่งชัดเจนขึ้น หลังวุฒิสมาชิก Chuck Schumer ผู้นำเสียงข้างน้อยของวุฒิสภา ประกาศว่า พรรคเดโมแครตจะไม่สนับสนุนร่างงบประมาณ หากยังมีการจัดสรรงบให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)
โดยสาเหตุหลักมาจากความไม่พอใจต่อบทบาทของ DHS โดยเฉพาะหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) และเจ้าหน้าที่ Border Patrol ที่ถูกวิจารณ์เรื่องการใช้ความรุนแรงเกินเหตุ
เหตุการณ์ล่าสุดที่จุดชนวนความไม่พอใจ คือการยิงชายวัย 37 ปีเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่ Border Patrol กลางเมืองมินนีแอโพลิส นับเป็นเหตุเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางครั้งที่ 3 ในรัฐมินนิโซตาในเดือนเดียว
ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้แยกร่างงบ DHS ออกมาพิจารณาต่างหาก พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบ เช่น การบังคับใช้กล้องติดตัว (Body Camera) และกลไกความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่
แต่พรรครีพับลิกันปฏิเสธการปรับแก้ และเลือกที่จะรวม DHS ไว้ในร่างงบประมาณฉบับเดียวกัน ทำให้เดโมแครตประกาศไม่ลงคะแนนเห็นชอบ หากไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าว
หากงบไม่ผ่านภายในเส้นตาย 26 มกราคมนี้ หน่วยงานรัฐบาลบางส่วนจะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ เช่น กระทรวงกลาโหม คมนาคม สาธารณสุข และการศึกษา ซึ่งอาจกระทบทั้งเศรษฐกิจและความคืบหน้าของร่างกฎหมายคริปโทอย่าง CLARITY Act
ร่างงบประมาณต้องใช้เสียงอย่างน้อย 60 เสียงเพื่อผ่านความเห็นชอบ ขณะที่รีพับลิกันมีเพียง 53 เสียง และจำเป็นต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากเดโมแครตอย่างน้อย 8 คน
ด้านวุฒิสมาชิกเดโมแครตหลายรายออกมาคัดค้านร่างงบประมาณ โดย Catherine Cortez Masto ระบุว่า ไม่สนับสนุนการจัดสรรงบให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ที่ใช้เจ้าหน้าที่ซึ่งขาดการฝึกอบรมและการกำกับดูแลที่เพียงพอ
ขณะที่ Jacky Rosen เรียกร้องให้เพิ่มมาตรการควบคุมการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ก่อนอนุมัติงบ ส่วน Tim Kaine และ Brian Schatz ก็แสดงจุดยืนคัดค้านร่างปัจจุบันเช่นกัน โดยชี้ว่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองจำเป็นต้องถูกตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างจริงจังมากกว่านี้ก่อนจะได้รับงบประมาณเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการชัตดาวน์ โดยให้สัมภาษณ์กับ Fox Business ว่า “เราน่าจะจบลงด้วยการชัตดาวน์จากเดโมแครตอีกครั้ง”
ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจกระทบกับเส้นทางของ CLARITY Act ร่างกฎหมายคริปโทฉบับสำคัญ ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในสภา โดยก่อนหน้านี้ก็เคยล่าช้าเพราะการชัตดาวน์ 43 วันเมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ วงการคริปโทเริ่มส่งสัญญาณ “ไม่ปลื้ม” กับร่างปัจจุบัน โดย Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ออกมาถอนการสนับสนุน พร้อมระบุว่า “ร่างนี้แย่กว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่เสียอีก เรายอมไม่มีร่างกฎหมายเลย มากกว่าจะได้ร่างที่ไม่ดีแบบนี้”
ด้าน Alex Thorn จาก Galaxy Digital ชี้ว่า จุดตึงเครียดสำคัญคือ “สิทธิ์ในการให้ผลตอบแทนของ Stablecoin” ซึ่งยังเป็นจุดขัดแย้งระหว่างภาคธนาคารกับบริษัทคริปโท โดยยังไม่มีแนวโน้มว่าจะหาทางออกได้เร็ว ๆ นี้
ที่มา : cointelegraph cnn

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย