ส่องกล้อง SPALI : ลุ้นผลงาน 68 พร้อมสแกนแผนปี 69 จะหนุนกำไรฟื้นได้แค่ไหน?

รูป ส่องกล้อง SPALI : ลุ้นผลงาน 68 พร้อมสแกนแผนปี 69 จะหนุนกำไรฟื้นได้แค่ไหน?

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 ม.ค. 69 14:41 น.


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 30 ม.ค.69

 

ชื่อโบรกคำแนะนำ
ราคาเป้าหมาย (บาท)
บล.ฟิลลิปซื้อ21.6
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนลซื้อ19
บล.บัวหลวงซื้อ19
บล.ทรีนีตี้ซื้อเมื่ออ่อนตัว18.6
บล.พายถือ18.3
บล.ทิสโก้ถือ18
บล.กรุงศรีNeutral17.5
บล.เอเซียพลัสNeutral17.2
บล.หยวนต้าTRADING16.7
บล.เคจีไอขาย15.6

 

สรุปปัจจัยบวก

- แนวโน้มกำไรปี 2569 คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดี (ประมาณ 22-26%) จากฐานที่ต่ำในปี 2568 (บล.ฟิลลิป, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี)

 

- แผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 เชิงรุกมากขึ้นรวม 28 โครงการ มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.พาย)

 

- มีคอนโดมิเนียมใหม่สร้างเสร็จพร้อมโอนในปี 2569 จำนวน 3 โครงการ ช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) (บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส)

 

- ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ออสเตรเลียเติบโตโดดเด่นและช่วยกระจายความเสี่ยง (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง)

 

- ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีอัตราส่วนหนี้สิน (Net Gearing) ต่ำกว่าอุตสาหกรรม และมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส)

 

- คาดการณ์อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจประมาณ 5-6% ต่อปี (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป)

 

- ความได้เปรียบด้านต้นทุนทำให้สามารถตั้งราคาขายคอนโดต่ำกว่าคู่แข่งได้ 10-15% (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส)

 

สรุปปัจจัยลบ

- กำไรสุทธิในไตรมาส 4/68 และภาพรวมปี 2568 คาดว่าจะลดลงอย่างมาก (YoY) เนื่องจากเป็นปีที่จุดต่ำสุดและมีคอนโดโอนน้อย (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.พาย, บล.กรุงศรี)

 

- การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์รุนแรงและเกิดสงครามราคา (Price Promotion) เพื่อกระตุ้นยอดโอน กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง)

 

- ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) จากธนาคารอยู่ในระดับสูงถึง 50% (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี)

 

- กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่างยังคงชะลอตัวและไม่ฟื้นตัวเต็มที่ (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้)

 

- ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจซบเซา และผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมาซึ่งกระทบอุปสงค์คอนโด (บล.เคจีไอ, บล.พาย)

 

- ยอดขายรอโอน (Backlog) ที่จะรับรู้ในปี 2570 ยังอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย (บล.เคจีไอ)

 

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ