TISCO เผยปี 69 ตั้งเป้าขยายสินเชื่อที่ 0-5% รุกเช่าซื้อรถยนต์ หลังราคาฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมคุม NPL ไม่ให้เกิน 2.3% ส่วน NIM คาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รับดอกเบี้ยขาลง คงนโยบายการจ่ายปันผลสูงต่อเนื่อง เหตุเงินกองทุนยังแข็งแกร่ง นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 0-5% จากปี 68 สินเชื่อเติบโต 1.5% ซึ่งเน้นสินเชื่อรายย่อยประมาณ 5% โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ เนื่องจากตลาดรถยนต์กลับมาฟื้นตัว และ สินเชื่อจำนำทะเบียน ส่วนสินเชื่อธุรกิจ และ สินเชื่อเอสเอ็มอี จะทรงตัวจากปี 68 "เศรษฐกิจยังมีความแน่นอน ทำให้การขยายตัวของสินเชื่ออาจยังเติบโตไม่มาก และ ธนาคารก็มีความระมัดระวัง ตลอดจนควบคุมคุณภาพหนี้ไม่ให้เพิ่มขึ้นไปกว่านี้ที่ 2.3% หรือ อาจจะขยับเพิ่มขึ้นมาบ้าง ก็เป็นไปตามภาพรวม"นายศักดิ์ชัย กล่าว สำหรับนโยบายการตั้งสำรองในปี 2569 ธนาคารยังระดับความเข้มงวดต่อไป แม้ว่าค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 172.1% แต่ด้วยความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจทั้งจากภายนอกประเทศ และ ภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายจากรัฐบาล ซึ่งอยากเห็นโครงการ หรือ การลงทุนในระยะยาวมากกว่าการกระตุ้นหรือแจกเงินในระยะสั้น "แน่นอนว่ารัฐบาลน่าจะมาจากพรรคร่วม อยากให้เรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา เข้าใจบริบทโลก คนไทยเก่งเรื่องอะไร ส่งเสริมด้านนั้น ไม่ใช่ออกนโยบายแบบแหวี่ยงแห เรามีบทเรียนจากต้มยำกุ้งมาแล้ว"นายศักดิ์ชัย กล่าว 
ทางด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปี 2569 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2568 เนื่องจากประมาณ 70% ของพอร์ตเป็นดอกเบี้ยคงที่ ส่งผลให้ธนาคารได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาลงจำกัด เมื่อเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม ทั้งจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ธุรกิจจัดการกองทุน รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจวาณิชธนกิจ ส่วนนโยบายปันผลธนาคารยังคงรักษาอัตราการจ่ายปันผลในระดับสูง หรือ เฉลี่ยที่ผ่านมาประมาณ 7.75 บาท โดยธนาคารจะต้องมีกำไรไม่ต่ำกว่า 6,200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารสามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่กระทบต่อเงินกองทุนของธนาคาร และ การขยายสินเชื่อของธนาคารแต่อย่างใด สำหรับกรณีที่มีบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งผิดนัดชำระหุ้นกู้นั้น โดยปกติธนาคารที่เป็นพันธมิตรจะดูแล และ ให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเวลา หรือ เสริมสภาพคล่อง โดยพิจารณาจากหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทขนาดใหญ่จะมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ครอบคลุมอยู่แล้ว 
|