YLG ชี้ทองโลกไม่แผ่ว ตั้งแต่ต้นปีราคาพุ่งแล้ว 9% จับตาราคาแตะ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ เร็วกว่าคาด

รูป YLG ชี้ทองโลกไม่แผ่ว ตั้งแต่ต้นปีราคาพุ่งแล้ว 9% จับตาราคาแตะ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ เร็วกว่าคาด

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ม.ค. 69 15:48 น.

 

YLG ชี้ราคาทองคำพุ่งไม่แผ่ว ตั้งแต่ต้นปี ราคาทองตลาดโลก ปรับขึ้นแล้ว  9% ส่วนทองไทยพุ่งเกือบ 7% รับแรงสกัดจากเงินบาทแข็งค่า  พร้อมจับตาราคาทองคำ ปีนี้ที่ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาจากความกังวลสงครามการค้าสหรัฐกับยุโรป   แนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว   

 

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย และยังเป็นการเปิด gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

 

สำหรับทองคำในประเทศ (ทองคำแท่ง 96.5%) จากต้นปีจนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 69,300 บาทต่อบาททองคำ หรือขึ้นมาเกือบ 7%

 

ปัจจัยที่กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ดังนี้

 

1. "ทรัมป์" เปิดศึกชิง "กรีนแลนด์" และ ความเสี่ยงด้านสงครามการค้า US-EU ภายหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรปสูงถึง 10-25% เนื่องจากกรณีที่ขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ "ซื้อเกาะกรีนแลนด์" ส่งผลให้ผู้นำยุโรปกำลังจัดการประชุมด่วนสร้างความตึงเครียดทั้งภูมิภาค  นักลงทุนเกิดความกังวลและหันมาซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) โดยนายทรัมป์ได้กล่าวไว้ว่าแม้เน้นการเข้าปกครองด้วยการเจรจาทางการทูต แต่ก็ไม่ตัดวิธีการยึดครองด้วยกำลังทางทหาร

 

2. เงินดอลลาร์อ่อนค่า & เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ร่วงฉับพลันจากความกังวลของตลาดที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะต้องปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่าที่แสดงใน Dot Plot ที่เพียง 1 ครั้ง หลังเกิดการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งในเฟดโดยเฉพาะนายพาวเวล ที่จะหมดวาระประธานเฟดในเดือนพ.ค.

 

อีกทั้ง เริ่มเกิดการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับสงครามการค้าที่ทรัมป์จุดชนวนขึ้น อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องสกัดการเร่งตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐ หากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถูกเทขายจากประเทศในยุโรป หากความขัดแย้งปะทุรุนแรงมากขึ้น

 

3. ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ "ตุนทอง" ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและรัสเซียที่ยังคงโยกเงินออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ ตามนโยบาย De-Dollarization มาซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองฯ เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ แรงซื้อมหาศาลจากธนาคารกลางทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง

 

 

ทั้งนี้ จากการสำรวจของวายแอลจี พบว่า  สถาบันการเงินต่างชาติส่วนใหญ่ได้ให้ราคาเป้าหมายทองคำ ไว้ในระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป เริ่มจาก J.P. Morgan ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 5,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน Goldman Sachs ให้ราคาเป้าหมายที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ UBS ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รวมถึง Bank of America ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ Citi ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

 วายแอลจี แนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นประเมินไว้ที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ วายแอลจี ยังคงคาดการณ์ในปีนี้ว่าทองคำจะมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงกรอบเป้าหมาย 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

นอกจากนี้ ยังแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านฟิวเจอร์สเพื่อเป็นทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด โดยล่าสุดวายแอลจีได้ออกโปรโมชั่นพิเศษ เทรดทอง–หุ้น TFEX ค่าคอมมิชชั่นลดสูงสุดถึง 80% มอบโอกาสให้นักลงทุนเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ลดค่าคอมฯ ตั้งแต่สัญญาแรกโดยไม่มีขั้นต่ำ  

 

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย