Boeing เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตเครื่องบิน 737 นักลงทุนจับตากระแสเงินสด แม้คาดขาดทุนไตรมาส 4

รูป Boeing เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตเครื่องบิน 737 นักลงทุนจับตากระแสเงินสด แม้คาดขาดทุนไตรมาส 4

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ม.ค. 69 11:29 น.

 

Boeing มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินโดยสาร และปรับเพิ่มแนวโน้มฝั่งกระแสเงินสดอิสระในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยปัจจัยดังกล่าว คาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์และนักลงทุน กำลังจับตาในการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัท ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ แม้บริษัทคาดว่าจะรายงานผลขาดทุนรายไตรมาสอีกครั้ง แต่นักลงทุนยังคงมองหาสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากเผชิญวิกฤตมาหลายปี

 

ราคาหุ้นของ Boeing ปรับตัวขึ้นมาเกือบสู่ระดับเมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนเกิดเหตุแผงลำตัวเครื่องบินรุ่น 737 MAX ของสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส หลุดกลางอากาศ ซึ่งนำไปสู่การเปิดโปงปัญหาเชิงระบบด้านคุณภาพการผลิต และทำให้ราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 30% ในปี 2024

 

สถานการณ์ของ Boeing ในปี 2025 ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้น หลังบริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพและเพิ่มอัตราการผลิตเครื่องบิน 737 MAX ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก นอกจากนี้ Boeing ยังขายบริษัทย่อย Jeppesen ด้วยมูลค่า 10,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเข้าซื้อกิจการ Spirit AeroSystems ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุด รวมถึงคว้าสัญญาเครื่องบินขับไล่ F-47 ของสหรัฐฯ และสามารถเอาชนะคู่แข่งยุโรปอย่าง Airbus ในด้านยอดคำสั่งซื้อใหม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

 

 

อย่างไรก็ตาม Boeing ยังคงเผชิญความท้าทายในการขอการรับรองเครื่องบิน 737 MAX รุ่น 7 และรุ่น 10 ซึ่งเป็นรุ่นเล็กที่สุดและใหญ่ที่สุดของตระกูลเครื่องบินทางเดินเดียว รวมถึงเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่น 777X ที่ล่าช้าจากแผนเดิมไปแล้วถึง 6 ปี โดยนักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดว่า Boeing จะขาดทุน 39 เซนต์ต่อหุ้นในไตรมาส 4 ตามข้อมูลจาก LSEG อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชั้นนำจำนวนมาก ยังมองว่า Boeing มีโอกาสปรับตัวขึ้นมากกว่าความเสี่ยง โดยนักวิเคราะห์ 24 จาก 29 รายที่ LSEG สำรวจ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น Boeing

 

ทิศทางราคาหุ้นในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับความสามารถของ Boeing ในการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบิน 737 ให้สูงกว่าขีดจำกัด 38 ลำต่อเดือน ซึ่งเป็นเพดานที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ กำหนดไว้ โดยในเดือน ต.ค. หน่วยงานกำกับได้อนุมัติให้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 42 ลำต่อเดือนแล้ว

 

ดั๊ก ฮาร์เนด นักวิเคราะห์การลงทุนด้านอุตสาหกรรมการบินจาก Bernstein ระบุว่า Boeing ได้สะสมสต็อกเครื่องบินจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นอัตราการผลิต 42 ลำต่อเดือนจึงไม่ใช่ความท้าทายใหญ่ แต่เมื่อเพิ่มขึ้นเป็น 47 ลำต่อเดือน บริษัทจะต้องเร่งให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถรองรับได้ โดยก่อนหน้านี้ เคลลี ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอของ Boeing เคยระบุว่า บริษัทจะไม่เร่งปรับเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงเวลาสั้นกว่า 6 เดือน และแม้จะใช้เวลานาน 9–12 เดือนในการเพิ่มกำลังการผลิตก็ยังถือว่ายอมรับได้ ตราบใดที่การผลิตยังมีเสถียรภาพและไม่เกิดปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัยซ้ำเหมือนช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

ทั้งนี้ ด้วยยอดคำสั่งซื้อเครื่องบินที่เพียงพอ จะทำให้ Boeing มีงานต่อเนื่องไปจนถึงหลังปี 2030 นักลงทุนจึงต้องการเห็นว่าเมื่อใดกระแสเงินสดอิสระ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนจับตาจะทะลุระดับ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Bernstein คาดว่าจะเห็นตัวเลขดังกล่าวในปี 2028 ขณะที่ในปี 2025 กระแสเงินสดอิสระของ Boeing ยังคาดว่าจะติดลบ

 

ที่มา Reuters

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี