Game changer ในธุรกิจ wealthEvent อัพเดตแนวโน้ม, ปรับประมาณการกำไร และ ราคาเป้าหมาย Impact “Dime” เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ค่าธรรมเนียม และสร้างจุดเปลี่ยนธุรกิจตลาดทุน KKP ได้ประสบความสำเร็จในการบุกเบิกธุรกิจใหม่ภายใต้ “KKP Dime” ซึ่งเป็นช่องทางการลงทุนดิจิทัลในการลงทุนในประเทศและข้ามประเทศทั่วโลก โดย KKP Dime เปิดมิติใหม่ของการลงทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ ความชำนาญทางด้านข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ความสำเร็จสะท้อนได้จากฐานลูกค้าภายใต้ Dime ที่เพิ่มได้มากถึง 2.0 ล้านบัญชีเป็น 3.7 ล้านบัญชีในปี 2568 ทำให้ธนาคารมีรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 802 ล้านบาทในปี 2568 (จาก 234 ล้านบาทในปี 2567) หรือคิดเป็นประมาณ 10% ของรายได้ค่าธรรมเนียจากธุรกิจตลาดทุน ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจาก Dime ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากช่วยชดเชยรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง และ ขับเคลื่อนให้รายได้ค่าธรรมเนียมทั้งหมดเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2568 ซึ่ง ณ ระดับนี้ เราใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2569F/2570F ที่ 5%/5% LOS ที่ลดลงทำให้คชจ.สำรองฯ (credit cost) ลดลง และ สินเชื่อกลับมาโต สินเชื่อ H/P ที่ลดลงตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทำให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการผลขาดทุนจากสินเชื่อ H/P ได้ดีขึ้น โดยผลขาดทุนจากการขายรถที่ยึดมา (LOS) ลดลงมา <500 ล้านบาทใน 4Q68 และ อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาทในปี 2568 (จาก 4.8 พันล้านบาทในปี 2567) ธนาคารส่งสัญญาณว่า LOS น่าจะยังอยู่ในระดับต่ำในปี 2569 และ พอร์ตของบริษัทในตอนนี้มีหนี้เสียลดลงมาก โดยพอร์ตสินเชื่อ H/P อยู่ที่ 1.50 แสนล้านบาท (44% ของสินเชื่อรวม) ทั้งนี้ LOS ที่ลดลงทำให้ KKP ลด credit cost ลงมาอยู่ที่ 1.7% ในปี 2568F (จาก 2.3% ในปี 2567) ถึงแม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์ในส่วนของสินเชื่อ H/P จะดีขึ้น แต่ธนาคารยังคงระมัดระวังกับแนวโน้มของสินเชื่อกลุ่มนี้ในปี 2569 และ เลือกขยายสินเชื่อความเสี่ยงต่ำมากกว่าเพื่อกดให้ credit cost ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.6-1.8% ซึ่ง ณ ระดับนี้ เราใช้สมมติฐาน credit cost ปี 2569F/2570F ที่ 1.6%/1.3% ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ขึ้นอีก 4.5% และ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 74 บาท โดยแนะนำถือ เราปรับสมมติฐานปี 2569F/2570F ดังนี้ 1.) ปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ เป็น +2%/+3 (จากเดิม -5%/+3%) 2.) ปรับลด LOS เป็น 2.1 พันล้านบาท/1.9 พันล้านบาท (จากเดิม 2.4 พันล้านบาท/1.7 พันล้านบาท) 3.) ปรับลด credit cost เป็น 1.6%/1.3% (จากเดิม 1.7%/1.4%) 4.) ปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นปีละ 5% (จากเดิมปีละ +3%) 5.) ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มxu]t 3% ทั้งนี้ ภายใต้ PE ที่ 10x ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 74.00 บาท จากเดิม 70 บาท (PE ที่ 10x และ คิดเป็น PBV ที่ 0.95x) Risks ผลขาดทุนจากการขายรถที่ยึดมาเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียม และ กำไรจากการลงทุนลดลง. Chalie Kueyen 66.2658.8888 Ext. 8851 chaliek@kgi.co.th |