IAA มองเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 69 ที่ 1,389 จุด รับดอกเบี้ยขาลง - ตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมแนะ 5 หุ้นเด่น

รูป IAA มองเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 69 ที่ 1,389 จุด รับดอกเบี้ยขาลง - ตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมแนะ 5 หุ้นเด่น

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ม.ค. 69 16:37 น.

 

IAA มองเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 69 ที่ 1,389 จุด รับทิศทางดอกเบี้ยไทยและสหรัฐฯขาลง รวมถึงปัจจัยการเมืองในประเทศ สั่งจับตาผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงไตรมาส 1/69 แนะ 5 หุ้นเด่น ด้าน บล.หยวนต้า ชูเป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,400 จุด  รับจุดแข็งผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง-หุ้นถูก


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่าผลการสำรวจความเห็นสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม 24 สำนัก เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนปี 69 พบว่าเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) สิ้นปี 69 อยู่ที่ระดับ 1,389 จุด โดยมองตลอดทั้งปีจะอยู่ในกรอบ 1,301-1,400 จุด โดยค่าเฉลี่ยจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,187 จุด และค่าเฉลี่ยสูงสุดที่ระดับ 1,427 จุด

 

 

สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนจนถึงสิ้นปี 69 นำโดยทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศกว่า 91.3% รองลงมาคือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ 82.6% และปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศราว 60.9%

 

ขณะที่ปัจจัยลบคือ เศรษฐกิจภายในประเทศประมาณ 60.9% รองลงมาคือ ปัจจัยด้านการเมืองในต่างประเทศ 56.5% และปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกราว 50%

 

อย่างไรก็ตามปัจจัยที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในช่วงไตรมาส 1/69 คือ ปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งและความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยประเมินว่าทิศทางหุ้นไทยมีแนวโน้มไปในเชิงบวกและคาดว่าดัชนีฯปิดสิ้นไตรมาสแรกจะอยู่ที่ระดับ 1,322 จุด

 

ด้านสมมติฐานหลักปี 69 ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปีนี้ 64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล,คาดการณ์การขยายตัวของ GDP ไทยปี 69 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.67% ปรับลดลงจากเดิมที่ 1.9% (เดือนต.ค.68) ,Risk Free Rate ที่ใช้ในการประเมินมูลค่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.82% และ Risk Premium ของตลาดหุ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 7.85%

 

คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ณ สิ้นปี 69 มีนักวิเคราะห์ถึง 72.73% ที่คาดว่าลดลงจากเดิมมาอยู่ที่ 1% รองลงมามี 13.64% ของผู้ตอบเท่ากัน มองว่าอาจลดลงมาที่ 0.75% และมองว่าคงที่ที่ 1.25% ส่วนคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 69 ของตลาดเฉลี่ยได้ที่ 91.17 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 68 ที่อยู่ที่ 86.13 บาทต่อหุ้น

 

สำหรับการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มค้าปลีก,อาหารและเครื่องดื่ม,ธนาคาร,ท่องเที่ยว,การแพทย์ และเทคโนโลยีและการสื่อสาร ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพลังงาน,ปิโตรเคมี และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

 

โดยหุ้นเด่นที่มีรายชื่อห้นที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 5 สำนักขึ้นไป ได้แก่ ADVANC,CPALL,GULF,KTB และ MTC ส่วนหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ หุ้นบางบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาเกินพื้นฐานและหุ้นกลุ่มพลังงาน

 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าปีนี้มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเริ่มเห็นกระแสเงินสดที่มั่นคงของบริษัทจดทะเบียนจึงทำให้ปันผลได้และราคาหุ้นที่ถูก รวมถึงเรื่องธรรมาภิบาล ที่เริ่มดีขึ้นหรือมีกรณีการกระทำผิดที่น้อยลง รวมถึงเริ่มโครงการ JUM+ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาได้ จึงมองเป้าหมาย SET ปีนี้ที่ระดับ 1,400 จุด

 

ขณะที่มองจุดแข็งของตลาดหุ้นไทยปีนี้คือ การจ่ายเงินปันผล ซึ่งค่าเฉลี่ยผลตอบแทนจากเงินปันผลตอนนี้อยู่ที่ระดับ 4.1% (จากดัชนีฯที่ระดับ 1,300 จุด) ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของตลาดในภูมิภาค ซึ่งหากดัชนีฯหลุดไป 1,200 จุด จะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะสูงถึง 4.5% จึงคิดว่าดัชนีฯคงไม่น่าลงไปที่ต่ำกว่า 1,200 จุดแล้ว

 

"มองปีนี้จุดแข็งของตลาดหุ้นไทยและเป็นเบาะรองรับคือเงินปันผล เพราะตลาดหุ้นไทยตอนนี้ปันผลเฉลี่ยเกิน 4% จากค่าเฉลี่ยตลาดภูมิภาคที่ระดับ 2.4% ซึ่งฟันด์โฟลว์จะไปไหนและ 3 กลุ่มที่จ่ายเงินปันผลมากที่สุดในตลาดหุ้นไทยและเป็นกลุ่มที่ต่างชาติเข้าได้ออกได้คือ ธนาคาร รองลงมาคือ พลังงาน และสื่อสาร"นายณัฐพล กล่าว

 

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย