สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ม.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 2.3 | | บล.พาย | ถือ | 2.2 | | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 2.2 | | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ถือ | 2.12 | | บล.เอเซีย พลัส | Neutral | 2.02 | | บล.ดาโอ | ถือ | 2 | | บล.บัวหลวง | เลี่ยงลงทุน | 2 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 1.98 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 1.96 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ขาย | 1.91 | | บล.กรุงศรี | Neutral | 1.9 | สรุปปัจจัยบวก- กำไรสุทธิ 4Q68 ออกมาดีกว่าที่ตลาดและโบรกเกอร์คาดการณ์ จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งและการตั้งสำรองที่ต่ำกว่าคาด (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) - รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจาก Bancassurance (ประกัน), บัตรเครดิต และกองทุนรวม (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้) - คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ NPL ค่อนข้างนิ่ง และมี Credit Cost ลดลง (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย) - อัตราส่วนเงินกองทุน (Tier 1 และ CAR) แข็งแกร่งมาก สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. เอื้อต่อการจ่ายปันผลสูงและซื้อหุ้นคืน (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้) - โครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) เฟส 2 วงเงิน 8.9 พันล้านบาท ช่วยจำกัด Downside ของราคาหุ้นและหนุน ROE (บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ทิสโก้) - อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูง คาดหวังได้ที่ระดับ 6.5% - 7% ต่อปี (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.กรุงศรี) - สินเชื่อเริ่มกลับมาฟื้นตัวตัว QoQ เป็นครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส โดยเฉพาะในกลุ่มรายใหญ่และสินเชื่อบ้าน (บล.พาย, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี) สรุปปัจจัยลบ- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และ NIM ถูกกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง และการขยายสินเชื่อกลุ่มธุรกิจที่ผลตอบแทนต่ำ (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.บัวหลวง) - สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Shield) ลดลงต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้หมดในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งจะทำให้ธนาคารต้องกลับมาจ่ายภาษีปกติและกดดันกำไรสุทธิในอนาคต (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.บัวหลวง) - สินเชื่อรวมรายปี (YoY) ยังหดตัว เนื่องจากการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว (บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.ฟิลลิป) - ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล ในช่วงไตรมาส 4 (บล.ดาโอ, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.กรุงศรี) - ความน่าสนใจค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน อย่าง KKP หรือ TISCO ที่มีระดับ ROE สูงกว่า (บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส) - ความเสี่ยงจากหนี้เสีย (NPL) ที่อาจเพิ่มขึ้น และความจำเป็นในการตั้งสำรองเพิ่มหากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด (บล.เคจีไอ, บล.บัวหลวง) |