ส่องกล้อง TTB : กำไร Q4/68 แกร่งกว่าคาด โบรกฯ แนะตั้งรับ ลุ้นปันผลสูง

รูป ส่องกล้อง TTB : กำไร Q4/68 แกร่งกว่าคาด โบรกฯ แนะตั้งรับ ลุ้นปันผลสูง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ม.ค. 69 14:03 น.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 21 ม.ค. 69

 

ชื่อโบรกเกอร์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท)
บล.ทิสโก้ซื้อ2.3
บล.พายถือ2.2
บล.ฟิลลิปทยอยซื้อ2.2
บล.ยูโอบี เคย์เฮียนถือ2.12
บล.เอเซีย พลัสNeutral2.02
บล.ดาโอถือ2
บล.บัวหลวงเลี่ยงลงทุน2
บล.เคจีไอถือ1.98
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์สถือ1.96
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนลขาย1.91
บล.กรุงศรีNeutral1.9

 

สรุปปัจจัยบวก- กำไรสุทธิ 4Q68 ออกมาดีกว่าที่ตลาดและโบรกเกอร์คาดการณ์ จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งและการตั้งสำรองที่ต่ำกว่าคาด (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน)

 

- รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจาก Bancassurance (ประกัน), บัตรเครดิต และกองทุนรวม (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้)

 

- คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ NPL ค่อนข้างนิ่ง และมี Credit Cost ลดลง (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย)

 

- อัตราส่วนเงินกองทุน (Tier 1 และ CAR) แข็งแกร่งมาก สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. เอื้อต่อการจ่ายปันผลสูงและซื้อหุ้นคืน (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้)

 

- โครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) เฟส 2 วงเงิน 8.9 พันล้านบาท ช่วยจำกัด Downside ของราคาหุ้นและหนุน ROE (บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ทิสโก้)

 

- อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูง คาดหวังได้ที่ระดับ 6.5% - 7% ต่อปี (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.กรุงศรี)

 

- สินเชื่อเริ่มกลับมาฟื้นตัวตัว QoQ เป็นครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส โดยเฉพาะในกลุ่มรายใหญ่และสินเชื่อบ้าน (บล.พาย, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี)

 

สรุปปัจจัยลบ- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และ NIM ถูกกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง และการขยายสินเชื่อกลุ่มธุรกิจที่ผลตอบแทนต่ำ (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.บัวหลวง)

 

- สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Shield) ลดลงต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้หมดในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งจะทำให้ธนาคารต้องกลับมาจ่ายภาษีปกติและกดดันกำไรสุทธิในอนาคต (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.บัวหลวง)

 

- สินเชื่อรวมรายปี (YoY) ยังหดตัว เนื่องจากการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว (บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.ฟิลลิป)

 

- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล ในช่วงไตรมาส 4 (บล.ดาโอ, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.กรุงศรี)

 

- ความน่าสนใจค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน อย่าง KKP หรือ TISCO ที่มีระดับ ROE สูงกว่า (บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส)

 

- ความเสี่ยงจากหนี้เสีย (NPL) ที่อาจเพิ่มขึ้น และความจำเป็นในการตั้งสำรองเพิ่มหากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด (บล.เคจีไอ, บล.บัวหลวง)

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

อรนุช ภัทรกุล

อรนุช ภัทรกุล