ฮาเวียร์ มิลเล ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ออกมาปกป้องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วกับจีน โดยระบุว่า อาร์เจนตินาแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำการค้ากับจีน ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าผลักดันการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ผู้นำอาร์เจนตินาแสดงท่าทีถ่วงดุลอย่างชัดเจน ระหว่างการสนับสนุนเชิงอุดมการณ์ต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับการสานสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน พร้อมทั้งย้ำจุดยืนสนับสนุนการค้าเสรี โดยมิลเลกล่าวว่า จีนเป็นคู่ค้ารายสำคัญของอาร์เจนตินา พร้อมชี้ว่าหากพิจารณาน้ำหนักและบทบาทของจีนในระบบเศรษฐกิจโลก ก็จะเข้าใจได้ว่าทำไมอาร์เจนตินาจำเป็นต้องค้าขายกับจีน “ในมุมมองของเรา จีนเป็นคู่ค้าที่ยอดเยี่ยม หากมองจากน้ำหนักของจีนในเวทีโลก คุณก็จะเข้าใจว่า ผมจำเป็นต้องค้าขายกับจีน” 
ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใกล้ชิดที่สุดของประธานาธิบดีทรัมป์ มิลเลพยายามรักษาสมดุลที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ กับจีน นับตั้งแต่ช่วงหาเสียงที่เขาเคยเรียกรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนว่าเป็น “นักฆ่า” อย่างไรก็ดี เมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาได้ผ่อนคลายน้ำเสียงลง โดยไม่เลือกโอบรับหรือปิดประตูใส่จีน แนวปฏิบัติดังกล่าว สะท้อนชัดในการให้สัมภาษณ์ หลังมิลเลหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ดูเหมือนจะเมินเฉยต่อมาเรีย โกรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นเพื่อน ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการโจมตีบราซิล เพื่อนบ้านรายใหญ่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีหลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ทั้งนี้ บราซิลเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาร์เจนตินา รองลงมาคือจีน โดยการส่งออกของอาร์เจนตินาไปจีนพุ่งขึ้น 62% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เร็วกว่าการเพิ่มขึ้น 27% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ ในช่วงเวลาเดียวกันอย่างมาก โดยมิลเลเดินหน้าผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐฯ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับเข้าดำรงตำแหน่งผู้สหรัฐฯ และระบุว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ ผู้นำอาร์เจนตินาระบุว่า “แผนของผมคือเปิดประเทศสู่สหภาพยุโรป เปิดสู่สหรัฐฯ และเปิดสู่จีน ผมต้องการเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง” ที่มา Bloomberg

|