สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 12 ม.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 250 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเก็งกำไร | 225 | | บล.เอเซีย พลัส | Underperform | 220 | | บล.กรุงศรี | Neutral | 218 | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ขาย | 160 | | บล.ทิสโก้ | ขาย | 146 | สรุปปัจจัยบวก - แนวโน้มปิโตรเคมีผ่านจุดต่ำสุด: มองว่า Supply ใหม่ที่จะเข้ามาในปี 2026 มีแนวโน้มลดลง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะเป็นผลบวกต่อต้นทุน (บล.ทรีนีตี้) - Upside จากราคาปัจจุบัน: ราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควร ทำให้ราคาปัจจุบันยังมีส่วนต่าง (Upside) จากราคาเป้าหมาย (บล.ทรีนีตี้) - การฟื้นตัวใน 1Q26: คาดการณ์ผลการดำเนินงานจะกลับมามีกำไรได้ในไตรมาส 1/26 จากธุรกิจซีเมนต์ที่พ้นช่วง Low Season และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ต้นทุนกระดาษลดลง (บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) - โรงงาน LSP เวียดนาม: มีประสิทธิภาพในการเดินเครื่องสูง และการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบ (Feed Stock) ช่วยให้ได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตในระยะยาว (บล.ทรีนีตี้) - การปรับโครงสร้างองค์กร: การเลิกธุรกิจที่ไม่มีกำไร (NocNoc) และแผนการลดภาระหนี้สิน จะช่วยลดต้นทุนและสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว (บล.เอเซีย พลัส) - แผนอัปเกรดวัตถุดิบ: จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2571 คือการใช้ Ethane แทน Naphtha ในโรงงาน LSP ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน (บล.เอเซีย พลัส) สรุปปัจจัยลบ -คาดการณ์ขาดทุนหนักใน 4Q25: ประเมินผลขาดทุนสุทธิราว 2.5 - 3.2 พันล้านบาท จากการด้อยค่าทรัพย์สินและผลการดำเนินงานที่อ่อนแอ (บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ทิสโก้)
-การปิดตัวของ NocNoc: ต้องรับรู้ผลขาดทุนทางบัญชีจากการเลิกกิจการ Platform NocNoc ประมาณ 1.8 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/25 (บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) - ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี (Spread) ตกต่ำ: ธุรกิจ Chemicals ได้รับผลกระทบจาก Spread ที่ลดลงอย่างมาก (-30 ถึง -50 USD/ton) และภาวะ Over Supply ทั่วโลก (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) - ช่วง Low Season ของธุรกิจ: ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่ความต้องการใช้ลดลง และกลุ่มที่พักอาศัยยังซบเซา (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ) - แรงกดดันจากคู่แข่งรายใหม่: การเพิ่มกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก (PE) จากจีนที่มีต้นทุนต่ำ จะเร่งตัวขึ้นในปี 2026-2027 สร้างแรงกดดันต่อมาร์จิ้นต่อเนื่อง (บล.ทิสโก้) - การประเมินมูลค่าและปันผลไม่จูงใจ: ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายในระดับ EV/EBITDA ที่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยอดีต และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ต่ำเพียง 2.5% (บล.ทิสโก้) - ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาพลังงาน (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส) |