อัยการเกาหลีใต้ยื่นขอศาลลงโทษประหารอดีตผู้นำ กรณีประกาศกฎอัยการศึก นัดฟังคำพิพากษา 19 ก.พ.

รูป อัยการเกาหลีใต้ยื่นขอศาลลงโทษประหารอดีตผู้นำ กรณีประกาศกฎอัยการศึก นัดฟังคำพิพากษา 19 ก.พ.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ม.ค. 69 14:05 น.

 

อัยการพิเศษเกาหลีใต้ยื่นขอศาลพิจารณาลงโทษประหารชีวิตนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีสืบเนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึกปี 2024 โดยคำร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังการพิจารณาคดีของยุนเสร็จสิ้นลงในคืนวันอังคาร โดยศาลมีกำหนดจะอ่านคำพิพากษาในวันที่ 19 ก.พ.

 

นายยุน ซอกยอล ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้นำการก่อกบฏ ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดี และมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หากมีการบังคับใช้โทษดังกล่าวจริง จะนับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีใต้มีการประหารชีวิตครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) จัดให้เกาหลีใต้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ยกเลิกโทษประหารโดยพฤตินัย โดยระบุว่า แม้กฎหมายของประเทศยังคงมีโทษประหารชีวิตอยู่ แต่ไม่มีการประหารชีวิตนักโทษเลยนับตั้งแต่ปี 1997

 

ระหว่างการพิจารณาคดีครั้งสุดท้าย ทีมอัยการพิเศษ นำโดย โช อึนซุก (Cho Eun-suk) ระบุว่า นายยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึก โดยมีเป้าหมายเพื่อคงอำนาจไว้ให้นาน ด้วยการกุมอำนาจฝ่ายตุลาการและฝ่ายนิติบัญญัติ ตามที่สื่อเกาหลีใต้รายงาน

 

ขณะที่นายยุน ซอกยอล ยืนยันความบริสุทธิ์ของตน โดยกล่าวว่าการประกาศกฎอัยการศึกอยู่ภายใต้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ และมีเป้าหมายเพื่อปกป้องเสรีภาพและอธิปไตยของชาติ

 

ในตอนนั้น เขาได้กล่าวหาพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี (Democratic Party of Korea) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในเวลานั้น ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่อต้านรัฐและสมคบคิดกับคอมมิวนิสต์ในเกาหลีเหนือ

 

ทั้งนี เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2024 นายยุน ซอกยอลได้สั่งให้ทหารเข้าประจำการที่อาคารรัฐสภา หลังประกาศกฎอัยการศึก โดยทหารได้ปิดกั้นการเข้าออกและปะทะกับผู้ประท้วงและสมาชิกสภานิติบัญญัติ ขณะที่กองกำลังพิเศษพยายามบุกเข้าไปในห้องประชุม ก่อนที่จะมีการยกเลิกกฎอัยการศึกใน 3 ชั่วโมงต่อมา หลังสมาชิกสภานิติบัญญัติ 190 จาก 300 คน สามารถรวมตัวกันในห้องประชุมและลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ก่อนที่อดีตผู้นำเกาหลีใต้จะยกเลิกกฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

 

ที่มา CNBC

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju