SABINA เปิดแผนปี 2569 ไม่เน้นการเติบโต แต่มุ่งรักษามาร์ิจ้น และความสามารถในการทำกำไร รับมือปัจจัยท้าทายรอบด้าน เดินหน้ารับงาน OEM พร้อมเตรียมบุกช่องทางค้าปลีก และช่องทางไม่มีหน้าร้าน ควบคู่การเปิดสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความท้าทายสูง โดยเฉพาะจากการประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่คาดว่า จีดีพีจะเติบโตในระดับไม่ถึง 2% ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากสงครามการค้า รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ปีนี้บริษัทวางแผนที่จะเดินหน้าธุรกิจ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการเติบโตเป็นประเด็นหลัก แต่จะมุ่งเน้นรักษาความสามารถในการทำกำไร รวมถึงรักษาการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ทำได้ดีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา “เรายังมั่นใจว่า จะรักษาอัตราการเติบโตของกำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ไว้ได้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการควบคุมต้นทุนที่เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงสร้างการผลิต วางแผนการผลิตโดยโรงงาน จะเน้นผลิตสินค้าที่มีมาร์จินสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) ให้กับลูกค้าในยุโรปและสหราชอาณาจักร และเป็นที่น่ายินดีที่ในปี 2568 ที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้ช่องทาง OEM จากปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในระดับ 6-7% ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับเกือบๆ 9% ขณะที่ในปีนี้ เชื่อว่าสัดส่วนรายได้จากช่องทาง OEM จะเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งเราเคยประเมินว่า อาจจะโตได้ถึง 12% โดยเป็นการเติบโตทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนช่องทางขายที่เพิ่มขึ้น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าว 
ปี 2569 มองว่าจะเป็นปีแห่งการขยายโอกาสธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ทั้งจากคำสั่งซื้อของลูกค้าเดิม และการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะหลังจากบริษัทได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน (Sustainability) และรางวัลด้าน ESG ทำให้ลูกค้าในแถบยุโรป รวมถึงสหรัฐฯ ที่มองหาโรงงานผลิตที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งยังเป็นช่องทางหลัก และช่องทางไม่มีหน้าร้าน (Non-Store Retailing : NSR) ในปีนี้ SABINA จะเน้นการเข้าถึงลูกค้า (Direct to Customer) ทั้งการขยายช่องทางขายออนไลน์ผ่านมาร์เก็ตเพลส การขยายหน้าร้านที่เป็นสแตนด์อะโลน ในจุดที่มีกำลังซื้อสูง และการขยายจุดขายในรูปแบบป๊อปอัพสโตร์ ที่เข้าถึงลูกค้าโดยตรง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาสินค้าหมุนตัวช้า สินค้าไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยจะเพิ่มยอดขายได้เร็วขึ้น ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ส่วนการขายผ่านตัวกลาง เช่น ห้างสรรพสินค้า ที่ยังคงมีลูกค้าต้องการใช้สิทธิพิเศษหรือพรีวิลเลจด้วยการซื้อผ่านห้างสรรพสินค้านั้น พร้อมที่จะปรับกลยุทธ์ และวางเป้าหมายการเติบโตที่สอดคล้องไปกับการเติบโตของห้างด้วยเช่นกัน บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ที่หลากหลายมากขึ้น หลังจากเปิดตัวกางเกงชั้นในชาย “Sabina Men’s Collection” เป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปีนี้ SABINA จะมีสินค้ากลุ่มยูนิเซ็กส์ในแคททะกอรีที่หลากหลายขึ้น โดยสินค้าหลักจะยังเป็นการเปิดตัวชุดชั้นในคอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งจะมีการร่วมมือหรือคอลแลบกับแบรนด์ดังๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง  |