SENA เปิดเกมปี 69 เน้นบริหารสภาพคล่อง - ลดหนี้ - สร้างรายได้ประจำ จ่อออกหุ้นกู้ 2 พันลบ. ดอกเบี้ยสูงสุด 5.95%

รูป SENA เปิดเกมปี 69 เน้นบริหารสภาพคล่อง - ลดหนี้ - สร้างรายได้ประจำ จ่อออกหุ้นกู้ 2 พันลบ. ดอกเบี้ยสูงสุด 5.95%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ม.ค. 69 14:04 น.

 

 

SENA เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ มูลค่า 2,000 ล้านบาท แบ่ง 2 รุ่น อัตราดอกเบี้ย 4.90–5.95% ต่อปี เปิดจองต้นก.พ.นี้ ตามกลยุทธ์ปี 69 มุ่งเน้นการบริหารสภาพคล่อง ลดหนี้ และสร้างรายได้ประจำ ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่ยังเผชิญความท้าทายด้านสินเชื่อ

 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้ระยะยาวชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่

 

หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 2 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.90–5.15% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.75–5.95% ต่อปี โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ มีกำหนดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 3–5 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำจำนวน 16 แห่ง ขณะที่หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB-” แนวโน้มอันดับเครดิต Stable จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2568

 

 

สำหรับทิศทางและแผนการดำเนินงานในปี 2569  เตรียมแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคม 2568 โดยเบื้องต้นประเมินว่าภาพรวมธุรกิจจะใกล้เคียงกับปี 2568 ที่บริษัทสามารถทำยอดขาย (Presale) ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม การโอนกรรมสิทธิ์ยังเผชิญข้อจำกัดจากการปฏิเสธสินเชื่อ ทั้งจากความไม่มั่นใจของลูกค้า และการเข้มงวดในการปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของการปฏิเสธสินเชื่อทั้งหมด

 

ปัจจุบัน SENA มียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวม 8,400 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 จะมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,000–6,000 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขายคงเหลือในพอร์ต มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้วางแผนบริหารจัดการผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ การขาย การเช่าออมผ่านโซลูชัน LivNex (เช่าออมบ้าน) และการปล่อยเช่าผ่านโซลูชัน RentNex (เช่าตรง) โดยกำหนดสัดส่วนยูนิตสำหรับการปล่อยเช่าประมาณ 20% ต่อโครงการ

 

ในปี 2569 บริษัทจะยังคงมุ่งปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยการพัฒนาโซลูชัน LivNex และ RentNex เพื่อสร้างรายได้ประจำและเสริมกระแสเงินสด

 

ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ไม่ใช่การเติบโตเชิงรุก แต่เป็นการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ผ่านการลดภาระหนี้และควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และรักษาความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย