SCGP เผยงบปี 68 มีกำไร 4,069.49 ลบ. โต 10% เทียบปี 67 หลังคุมต้นทุนวัตถุดิบ - พลังงานเข้ม ขณะที่รายได้การขายยังลดลง พร้อมปันผล 0.35 บ./หุ้น XD 31 มี.ค.68
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยผลประกอบการปี 68 มีกำไร 4,069.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 67 ที่มีกำไร 3,699.08 ล้านบาท ในปีนี้บริษัทมี รายได้จากการขายรวม 124,374 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาขายที่ปรับลดลง 8% ในทุกกลุ่มธุรกิจตามสภาวะตลาดในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% เนื่องจากความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน ด้าน EBITDA เท่ากับ 17,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และมี EBITDA margin เท่ากับ 14% และมีอัตรากำไรสุทธิ 3% โดยกำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการปรับปรุงต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (Recovered Paper: RCP) และพลังงานในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ 
ทั้งนี้ หากแยกเฉพาะไตรมาส 4/68 มีรายได้จากการขายรวม 30,170 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลงเนื่องจากราคาขายที่ปรับลดลง ในขณะที่ปริมาณการขายสูงขึ้น โดยปริมาณการขายในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 82% ของปริมาณการขายรวม พร้อมทั้งประโยชน์ที่ได้รับจากการผนึกความสามารถร่วมกันทั้งองค์กร ด้าน EBITDA เท่ากับ 4,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin 15% กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 1,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนที่มีผลขาดทุน57 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 4 คณะกรรมการมีมติ จ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.35 บาท/หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 31 มี.ค.69 วันที่จ่ายปันผล 21 เม.ย.69
สำหรับทิศทางธุรกิจในอนาคต ประเมินปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกระทบ คือภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังคงมีความกังวลท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะสามารถขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัว โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายและมาตรการทางการคลังที่ช่วยค้ำจุนการบริโภคและการลงทุน ยุโรปคาดว่าจะมีการเติบโตเล็กน้อย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการคลังที่เอื้ออำนวย แม้ว่าแรงกดดันจากการค้าระหว่างประเทศจะยังคงเป็นความท้าทาย เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอยของภาคอสังหาริมทรัพย์และปัจจัยลบจากภายนอก แม้ว่าการส่งออกโดยเฉพาะไปยังตลาดนอกสหรัฐอเมริกจะช่วยสนับสนุน แต่การเติบโตของจีนอาจสูญเสียแรงผลักดันบางส่วน อาเซียนคาดว่าจะยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศ ความสามารถในการผลิต และการบูรณาการของห่วงโซ่อุปทานโลก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางการเมืองและความกังวลด้านเสถียรภาพทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายสำหรับภูมิภาคนี้ ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และต้นทุน สำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ความต้องการสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ในทางตรงกันข้าม ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าคงทน คาดว่าจะชะลอตัวเนื่องจากผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ในด้านต้นทุน ราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลคาดว่าจะมีแนวโน้มคงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่สูงขึ้น ประกอบกับมาตรการจำกัดการนำเข้าเยื่อรีไซเคิลของจีนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์ต่อการส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ไปจีนเพิ่มขึ้น ค่าขนส่งสินค้ายังคงผันแปรตามการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโลจิสติกส์ในขณะที่ต้นทุนพลังงานคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอน  |