| บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| AP | 10.5 | โดดเด่นเหนือกลุ่มด้วยงบดุล และการบริหาร หุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาฯจากโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง มี net gearing ต่ำเพียง 0.7 เท่า และการบริหารสต็อกอย่างมีวินัย (สต็อกเฉลี่ย ~3 ปี) ช่วยลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัวช้า คาดกำไรปี 2569 เติบโตสองหลัก ราว 11–12% YoY หนุนจากพรีเซลส์ที่เริ่มฟื้นตัวและการเปิดโครงการอย่างเหมาะสม |
| TRUE | 15 | Valuation กลับมาน่าสนใจ TRUE ปรับตัวลง 10.9%WoW หลัง Telenor ประกาศขายหุ้นทั้งสิ้น 30.3% ให้กับบริษัท Arise คิดเป็นมูลค่า 1.2 แสนลบ. โดยบริษัทชี้แจ้งว่า ทีมผู้บริหารยังคงดำรงตำแหน่งและใช้กลยุทธ์เดิม (ลดหนี้เพิ่มเงินปันผล) เราชอบ TRUE เนื่องจาก PE’69 เหลือเพียง 15.6 เท่าถูกกว่าเทียบกับ ADVANC และ ASEAN Telcos ที่ 20.4 และ 17.3 เท่า ตามลำดับ ในขณะที่กำไรปี69 TRUE เติบโต 33%YoY เทียบกับ ADVANC ที่เติบโตเพียง 12%YoY ช่วยจำกัด Downside |
| บล.กรุงศรี |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BCP | 44 | i.) คาดกำไร 4Q25F ฟื้นสูง y-y, +99%q-q ธุรกิจโรงกลั่นหนุน ii.) ปี 2026F ฟื้นตัวต่อค่าการกลั่นยืนสูง+ไม่มีปิดซ่อม iii.) Upside ปี 2026 มีทั้งฝั่ง Demand และ Supply |
| GULF | 59 | KSS คาดกำไร 4Q25F +59%y-y, +4%q-q เด่นต่อเนื่องจากทุกธุรกิจ ii.) จิตวิทยาบวกราคาก๊าซปรับตัวลง -2.3% บ่งชี้ภาพสะท้อนความเสี่ยงหนาวฉับพลันแล้ว |
| PTT | 39 | i.) ราคาน้ำมันปรับขึ้นเฉลี่ย 1.3% ผสาน ii.) ธุรกิจบ.ลูก ทยอยมี Upside ทางบวกต่อเนื่อง ทั้งโรงกลั่นที่อยู่ใน Upcycle และปิโตรเคมีที่ปี 2026 มีโอกาส Turnaround |
| META80 | - | (Trading) กำไร 4Q25 ดีกว่าคาด ขณะที่ยังให้ Outlook ธุรกิจเชิงรุก คาดการณ์รายได้ 1Q26F สูงกว่าตลาดประเมิน และเป็นหุ้น Tech ที่ Valuation อยู่ในโซนถูกกว่า MAG7 อื่น |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| NSL | 33 | แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โตต่อ +13-15% y-y ด้วยแผนออกสินค้าใหม่ +180 SKUs และการร่วมมือกับพันธมิตรรายเก่าและรายใหม่ต่อไป ส่วนหนึ่งรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วย จึงเน้นการทำ R&D เป็นหลัก โรงงานใหม่ปัจจุบัน ก่อสร้างอาคารเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างนำเข้าและติดตั้งเครื่องจักร อาจเสร็จกว่าแผนเล็กน้อย คาดจะเริ่ม operate กลางปี 2026 |
| บล.พาย |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| HMPRO | 8.5 | มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 2,959 ล้านบาท จำนวนหุ้นไม่เกิน 394.50 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวนไม่เกิน 3% เทียบรอบก่อนที่ซื้อไป 180.19 ล้านหุ้น หรือ 1.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ราคาเฉลี่ย 7.52 บาท/หุ้น |
| ERW | 2.4 | มองกำไรปกติ 4Q24 ยังมีโอกาสเติบโต QoQ จากปัจจัยฤดูกาล แต่มองยังอ่อนแอ YoY ด้วย 1) รายงานการเติบโตในเดือน ต.ค. RevPar อ่อนแอ -7% YoY จาก Occupancy ที่ทรงตัว ขณะที่ราคาห้องพักต่อคืนเฉลี่ยลดลง -7% YoY และ 2) คาดการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวยังชะลอตัว ประกอบกับนโยบายกระตุ้นภาครัฐ “เที่ยวดีมีคืน” (29 ต.ค. ถึง 15 ธ.ค.) คาดส่งเสริมการท่องเที่ยวเล็กน้อย แต่ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ |
| บล.เคจีไอ |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| ERW | 3.25 | ประเมิน Sentiment บวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท และคาดนักท่องเที่ยวจีนฟื้น ล่าสุด ททท เปิดตัวแคมเปญ “Feel All the Feelings” โดยดึง “ลิซ่า” มาเป็น Amazing Thailand Ambassador ขณะที่คาดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้ฟื้รตัวโดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน |
| COM7 | 24.3 | ประเมินแนวโน้มกำไร 4Q68 ยังโตดี YoY QoQ แม้ไม่มีมาตรการกระตุ้น ฝ่ายวจิยัฯ คาดกำไร 4Q68 จะยังเติบโต YoY QoQ โดยได้แรงหนุนจากกระแสยอดขายสมาร์ทโฟน (โดยเฉพาะ iPhone17) และคาดยอดขายสินค้าไอทีต่างๆ รองรับเทรนด์ AI + วัฏจักรการเปลี่ยนคอมฯ ยังเป็นปัจจัยหนุน ในปีนี้รวมทั้งคาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะฟื้นตัวภายหลังการเลือกตั้ง |
| WHA | 3.8 | ประเมิน Sentiment บวกจาก Data center และการลงทุนที่รอปลดล๊อคจะเร่งตัวขึ้น หลังการเลือกตั้ง เราประเมินแนวโน้มกำไร 4Q68 จะเร่งตัวขึ้นจากการโอนที่ดินิคมฯ รวมทั้งประเมินโครงการที่ขอ BOI ไว้จำนวนมาก (1.8 ล้านล้านบาทในปีก่อน) รอปลดล๊อค โดยเฉพาะโครงการ Data center ที่จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานใน 1-2 ปีข้างหน้าทั้งธุรกิจนิคมฯและสาธารณูปโภค |
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| PTTEP | 126.5 | PTTEP ให้แนวทางว่าปริมาณการขายจะยังแข็งแกร่ง และน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 2Q26-3Q26 หากไม่รวมราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มอ่อนตัว เราเชื่อว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติของ PTTEP ใน 4Q25-2026 จะมีปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายที่แข็งแกร่งและกำไร non-core |
| SCB | 139 | กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท (-13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน, -15.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) สอดคล้องกับการคาดการณ์ของเราและนักวิเคราะห์ของ Bloomberg คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 150 บาท SCB ยังคงเป็นหุ้นแนะนำอันดับต้น ๆ ในกลุ่มนี้ของเรา |
| บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| FTREIT | 12.2 | สินทรัพย์เป็น Freehold 72%, Leasehold 28% อายุคงเหลือเฉลี่ย 19.5 ปี โดยทรัพย์สินอยู่ในทำเลที่ดี (58% อยู่ ในพื้นที่ EEC, 23% อยู่ในโซนเหนือกรุงเทพ และ 19% อยู่ในภาคกลาง ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีรองรับ) อัตราการเช่า (OR) อยู่ในระดับสูง โดยในส่วนโรงงานอยู่ที่ 94% และคลังสินค้าอยู่ที่ 87% (ทรัพย์สินเป็นโรงงาน 58% คลังสินค้า 42%) กองทุนมีการซื้อสินทรัพย์จากกลุ่มบริษัทแม่เข้ามาเติมอย่างสม่ำเสมอ หุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายดี คาดการณ์ DY ปี 25F-26F ไว้ที่ 6.8%/6.9% ประเมิน IRR ไว้ที่ 7.2% แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 12.20 บาท |
| บล.ไอร่า |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| JDHEAL19 | 5.70 / 6.00 | “JDHEAL19” ในเชิงกลยุทธ์ เราคาดการณ์ตลาดจะมีมุมมองเชิงบวกต่อการรายงานประกอบการ 2H’25 ของ JD Health International, Inc. (6618:HK) โดยตลาดคาดว่าจะดีกว่าที่บริษัทเคยประเมินไว้ (Better than guidance) โดยได้แรงหนุนจากฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ (Flu season) ที่มาเร็วกว่าปกติ และความต้องการยาโรคเรื้อรัง ขณะที่การนำ AI มาใช้ในการช่วยวินิจฉัยโรคเบื้องต้นร่วมกับโรงพยาบาล (เช่น Union Hospital) เพื่อสร้างระบบอัจฉริยะสำหรับการรักษาทั้งออฟไลน์และออนไลน์ คาดจะเป็นปัจจัยบวกระยะยาวต่อ JD Health ปัจจุบันเทรดอยู่ที่ระดับ Fwd PE 28.1x หากเทียบกับ ROE ที่ระดับราว 9.4% เรามองเป็นระดับที่เหมาะสม |