อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของผู้บริโภคญี่ปุ่น ชะลอตัวลงในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี แต่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง ซึ่งยังคงหนุนความคาดหวังของตลาดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าอาหารสดที่มีความผันผวน ปรับเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับประมาณการค่ากลางของตลาด และชะลอลงจากการเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. ขณะเดียวกัน ดัชนีเงินเฟ้อที่ตัดทั้งราคาอาหารสดและพลังงานออก ซึ่งธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวชี้วัดเงินเฟ้อพื้นฐานที่แท้จริง ปรับเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. การชะลอตัวดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากผลของฐานเปรียบเทียบจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนพลังงานในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการยุติมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาล ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้ มีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักไว้ที่ระดับ 0.75% แต่จะส่งสัญญาณความพร้อมในการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังดำเนินไปในระดับปานกลาง โดย BOJ ได้ยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ดำเนินมายาวนานกว่าทศวรรษในปี 2024 และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นลำดับ รวมถึงในเดือนธ.ค. จากมุมมองที่ว่าญี่ปุ่นมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างยั่งยืน 
ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตของญี่ปุ่นกลับมาขยายตัวในเดือนม.ค. เป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อส่งออกใหม่ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ซึ่งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของญี่ปุ่นเบื้องต้นจาก S&P Global ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.5 ในเดือนม.ค. จากระดับ 50.0 ในเดือนธ.ค. กลับเข้าสู่โซนขยายตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2025 โดยตัวเลขที่สูงกว่า 50 สะท้อนการขยายตัวของกิจกรรม ขณะที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ภาวะหดตัว ในบรรดาดัชนีย่อยสำคัญ ทั้งผลผลิตภาคโรงงานและคำสั่งซื้อใหม่ยุติแนวโน้มหดตัวลงในเดือนม.ค. โดยเฉพาะคำสั่งซื้อส่งออกใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2021 สะท้อนอุปสงค์จากต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นต่อสินค้าญี่ปุ่น ขณะที่ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า การส่งออกของญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันจนถึงเดือนธ.ค. จากแรงหนุนของอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล แม้ว่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะปรับลดลงก็ตาม ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นของญี่ปุ่น ก็ปรับตัวดีขึ้นในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.4 จาก 51.6 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการขยายตัวของกิจกรรมภาคบริการที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว ส่งผลให้ดัชนี PMI รวมภาคบริการ-การผลิตเบื้องต้น ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 52.8 จาก 51.1 ในเดือนธ.ค. ด้านเงินเฟ้อต้นทุนปัจจัยการผลิตของภาคโรงงาน ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการชะลอลงจากเดือนธ.ค. อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ภาคส่วนต่างปรับขึ้นราคาที่เรียกเก็บจากลูกค้าในอัตราที่เร็วขึ้นในเดือนม.ค. สำหรับแนวโน้มในอนาคต ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ คาดว่าผลผลิตจะเติบโตต่อไป แม้ว่าระดับความเชื่อมั่นจะลดลงเล็กน้อยจากเดือนธ.ค. โดยผู้ประกอบการยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาวะขาดแคลนแรงงาน และโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ที่มา Reuters (1) และ (2)

|