จีนป้องโมเดลเศรษฐกิจบนเวทีดาวอส ชูเป้าหมายก้าวเป็นตลาดของโลก

รูป จีนป้องโมเดลเศรษฐกิจบนเวทีดาวอส ชูเป้าหมายก้าวเป็นตลาดของโลก

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ม.ค. 69 12:37 น.

 

เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ออกมาปกป้องผลงานทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างเข้มข้น พร้อมหยิบยกแนวคิดการเปิดให้เข้าถึงตลาดภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความไม่สมดุลด้านการค้า ท่ามกลางเสียงกังวลจากนานาชาติเรื่องการส่งออกที่หลั่งไหลจากจีน

 

เหอ ลี่เฟิง ซึ่งเป็นผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจและหัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน ใช้เวทีในงานประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum - WEF) เพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับกระแสการส่งออกจำนวนมหาศาลจากจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยจีนมียอดเกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา มองตนเองว่าเป็น “หุ้นส่วนทางการค้า ไม่ใช่คู่แข่งของประเทศอื่น ๆ เราไม่เคยแสวงหาการเกินดุลการค้า นอกจากการเป็นโรงงานของโลกแล้ว เรายังหวังที่จะเป็นตลาดของโลกด้วยเช่นกัน”

 

ท่าทีดังกล่าวของจีนสะท้อนความพยายามในการวางตัวที่สวนทางกับแรงกดดันรอบใหม่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เตือนประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ว่าจะขึ้นภาษีไวน์ฝรั่งเศสที่นำเข้าไปยังสหรัฐฯ ในอัตรา 200% หลังผู้นำฝรั่งเศสปฏิเสธการสนับสนุนการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการแห่งสันติภาพของสหรัฐฯ

 

บนเวทีดาวอส เหอ ลี่เฟิง วางตำแหน่งจีนในฐานะผู้สนับสนุนความร่วมมือ การค้าเสรี และความร่วมมือระดับพหุภาคี โดยย้ำจุดยืนที่จีนกล่าวมาโดยตลอดว่า “โลกไม่ควรถอยกลับไปสู่กฎแห่งป่าที่ผู้แข็งแกร่งเอาเปรียบผู้อ่อนแอ” พร้อมระบุว่า “การพัฒนาของจีนคือโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก”

 

 

เหอ ลี่เฟิง เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว เพื่อลดความตึงเครียดหลังสงครามภาษีที่ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้เริ่มต้น ผ่านการเจรจากับทีมสหรัฐฯ ที่นำโดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง และ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ส่งผลให้ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าเมื่อเดือน ต.ค. หลังการเจรจายาวนานถึง 5 รอบ

 

แม้ข้อตกลงระยะเวลา 1 ปี จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก แต่การเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์ในประเทศที่เป็นพันธมิตรกับจีน เช่น เวเนซุเอลาและอิหร่าน อาจทดสอบความเปราะบางของสันติภาพดังกล่าว อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ข้อตกลงยังคงมีผล โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์ มีกำหนดพบกันถึง 4 ครั้งในปีนี้

 

ในที่ประชุมเมืองดาวอส เหอ ลี่เฟิง ยังได้เรียกร้องให้จีนและสหรัฐฯ คว้าโอกาสในการร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกล่าวเป็นนัยถึงข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีว่า จีนต้องการซื้อสินค้าจากต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง แต่ฝ่ายอื่นไม่ต้องการขาย โดยชี้ว่า ประเด็นการค้ามักถูกยกระดับเป็นประเด็นความมั่นคง

 

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า เศรษฐกิจจีนบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างเป็นทางการราว 5% ในปีที่ผ่านมา แม้การส่งออกจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ภาวะซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อและการลงทุนที่ชะลอตัว ยังคงจำกัดความต้องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ภาวะเงินฝืดภายในประเทศ ยังส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าในเชิงปรับตามเงินเฟ้อ ทำให้สินค้าจีนมีความน่าดึงดูดมากขึ้นในตลาดโลก ซึ่งสร้างความกังวลในหลายภูมิภาค ตั้งแต่แอฟริกา ลาตินอเมริกา ไปจนถึงยุโรป

 

เหอ ลี่เฟิง กล่าวว่า จีนมุ่งสร้างภาคการบริโภคให้เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ผ่านการเพิ่มรายได้และกระตุ้นอุปสงค์ภายใน พร้อมย้ำว่าจีนต้องการเป็น “มหาอำนาจด้านการบริโภค ควบคู่กับการเป็นมหาอำนาจด้านการผลิต” และการพัฒนาของประเทศเกิดจากการปฏิรูป การเปิดประเทศ และนวัตกรรม มากกว่าการอุดหนุนจากภาครัฐตามที่ถูกกล่าวหา

 

ที่มา Bloomberg


 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี