“อมตะ” ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนภายในนิคมอุตสาหกรรม ชูโมเดลบริหารจัดการอุบัติเหตุเชิงระบบ ตั้งเป้าหมายระยะยาวสู่ “อุบัติเหตุเป็นศูนย์” (Zero Accident) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ และโครงข่ายถนนยาวกว่า 150 กิโลเมตร สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง หลังตัวเลขความสูญเสียปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 20 ล้านบาทต่อปี ขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยรอบด้าน ทั้งโครงการ “สวมหมวก 100%” และการนำเทคโนโลยี AI ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงมาใช้จริง เพื่อยกระดับสวัสดิภาพแรงงาน ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ และมุ่งสู่การเป็นต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมปลอดภัยระดับประเทศอย่างยั่งยืน นายอัครเรศร์ ชูช่วย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด (AFS) เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2566 สามารถลดจำนวนอุบัติเหตุเหลือ 173 ครั้ง จากเดิม 298 ครั้ง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจาก 8 ราย เหลือเพียง 2 ราย ทั้งนี้ แม้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะจะมีขนาดกว่า 20,000 ไร่ มีโครงข่ายถนนยาวรวมกว่า 150 กิโลเมตร และมีการสัญจรสูงกว่า 1 ล้านครั้งต่อปี แต่การบริหารจัดการเชิงระบบและมาตรการที่เข้มข้น ส่งผลให้แนวโน้มความเสี่ยงลดลงอย่างต่อเนื่อง “แม้ภาพรวมสถานการณ์จะดีขึ้น แต่เป้าหมายของอมตะยังคงชัดเจน คือการมุ่งสู่ ‘อุบัติเหตุเป็นศูนย์’ หรือ Zero Accident ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมากในพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทิศทางของตัวเลขที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเครื่องยืนยันว่ามาตรการที่เราดำเนินการอยู่มาถูกทางแล้ว” นายอัครเรศร์ กล่าวเพิ่มเติม สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดกับแรงงานวัยทำงานไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อครอบครัว แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม สอดคล้องกับข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่ระบุว่า การบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 6 ล้านบาทต่อราย และในกรณีเสียชีวิตอาจสูงถึง 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ทางอมตะ เตรียมงบประมาณเฉลี่ยราว 20 ล้านบาทต่อปี เพื่อดำเนินโครงการลดอุบัติเหตุอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ การปรับปรุงกายภาพ พัฒนาโครงสร้างถนนและแก้ไขจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การบังคับใช้กฎ ตรวจสอบและบังคับใช้กฎจราจรภายในนิคมฯ อย่างเข้มงวด การรณรงค์โครงการ “ขับขี่ปลอดภัย อมตะสวมหมวก 100%” เทคโนโลยี นำระบบ AI ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงและการไม่สวมหมวกนิรภัย การศึกษา ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่แรงงานและชุมชนรอบนิคมฯ การตอบโต้เหตุฉุกเฉิน จัดตั้งศูนย์สั่งการกลาง เชื่อมต่อการทำงานกับหน่วยกู้ภัยและโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ทางอมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส ได้รับรางวัลด้านความปลอดภัยทางถนนในปี 2565 และถูกนำไปใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดด้านสังคม (Social) ในรายงานความยั่งยืนที่เสนอต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกทั้งยังได้ขยายผลโมเดลนี้ไปยังนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ซึ่งมีแรงงานเข้า-ออกมากกว่า 80,000 คนต่อวัน และสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้เกือบ 70% ภายในระยะเวลา 2 ปี “อมตะตั้งเป้าที่จะเป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่อุตสาหกรรม และพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และโมเดลการบริหารจัดการให้กับพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมยกระดับความปลอดภัย และสร้างสังคมการขับขี่ที่ยั่งยืนในระยะยาว” นายอัครเรศร์ กล่าว |