บล.เคจีไอ : NEO แนะนำถือ ปรับราคาเป้าหมาย 2569F ที่ 21.00 บาท

รูป บล.เคจีไอ : NEO แนะนำถือ ปรับราคาเป้าหมาย 2569F ที่ 21.00 บาท

efinAI


 

 

ประมาณการ 4Q68F : กำไรจะฟื้นตัวแรง QoQKey messages :
เราคาดผลการดำเนินงาน 4Q68F ของ NEO จะฟื้นตัวแข็งแกร่ง QoQ ด้วยกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท หนุนจากยอดขายทำสถิติสูงสุดจากการนำสินค้าในไตรมาสก่อนกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง (relaunch) และแคมเปญกระตุ้นยอดขายได้ผลดี ขณะที่ ราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (Crude Palm Kernel Oil: CPKO) เริ่มอ่อนตัวลงช่วงปลาย 4Q68F ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้สูงขึ้นใน 1Q69F แต่ทว่า ในเบื้องต้น เราคาดกำไร 1Q69F อาจลดลง YoY จากต้นทุนวัตถุดิบสูง และอ่อนตัว QoQ จากยอดขายที่ลดลงตามฤดูกาล ขณะนี้ เราคาดกำไรปี 2569F จะยังเติบโตจากรายได้ที่ดีขึ้นและสัดส่วน SG&A/sales ที่ลดลง ทั้งนี้ เราปรับราคาเป้าหมายไปเป็นสิ้นปี 2569F ที่ 21.00 บาท (อิงจาก PE ที่ 10x) จากเดิม 18.50 บาท และยังคงคำแนะนำ “ถือ” NEO

 

Event.  อัปเดตบริษัทและประมาณการกำไร 4Q68F กับปรับราคาเป้าหมายใหม่

 

Impact :คาดกำไร 4Q68F จะฟื้นตัวแรง QoQ
.   เราประเมินว่า NEO จะมีกำไรสุทธิ 4Q68F ที่ 112 ล้านบาท (-53% YoY แต่ +91% QoQ) กำไรที่แย่ลง YoY จะมาจากอัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ที่กำไรพุ่งขึ้น QoQ จะมาจากรายได้ที่เติบโตดีและ สัดส่วน SG&A/sales ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2568F อยู่ที่ 508 ล้านบาท (-50% YoY) ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของเรา

 

รายได้ 4Q68F จะทำสถิติสูงสุดใหม่
.  รายได้จากการขายคาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาสที่ 2.9 พันล้านบาท (+9% YoY และ +11% QoQ) หนุนจากการแนะนำสินค้าใหม่และการนำสินค้าในไตรมาสก่อนหน้ากลับมาวางจำหน่ายใหม่ (relaunch) รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในแง่ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะลดลงเหลือ 36.6% (-7.8 ppts YoY และ -0.4 ppts QoQ) ผลจากราคาวัตถุดิบ CPKO ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาของ CPKO แผ่วลงช่วง พ.ย.–ธ.ค. 68 จากอุปสงค์ที่อ่อนแอและคาดว่าจะทรงตัวในปี 2569F ที่ระดับ US$2,100–2,200/ton ตามอุปทานที่ฟื้นตัวตอบรับกับอุปสงค์ที่สูงขึ้นจากภาคอาหารและพลังงาน ในแง่บวก สัดส่วน SG&A/sales ใน 4Q68F คาดว่าจะลดลงเหลือ 31.1% (-1.2 ppts YoY และ -2.6 ppts QoQ) จากการมีจำนวนสินค้าใหม่ที่พัฒนาน้อยลงในไตรมาสนี้

 

Guidance บริษัทปี 2569F และคงประมาณการกำไรปี 2568F-69F ของเรา
.   ขณะนี้ เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568F ที่ 493 ล้านบาท (-51% YoY) และประเมินว่ากำไรปี 2569F จะเพิ่มขึ้นเป็น 622 ล้านบาท (+26% YoY) จากยอดขายทั้งในประเทศและส่งออกเติบโตดี ขณะที่ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569F เติบโตราว 6–8% YoY ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ +6% YoY หนุนจากการพัฒนาสินค้าและ relaunch สินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาดบวกกับการส่งออกที่ดีขึ้นโดยเฉพาะตลาดเวียดนาม อย่างไรก็ดี สมมติฐาน GPM ปี 2569F ของเราที่ 38.7% (เทียบกับเป้าบริษัทราว 38–40% และ GPM ปี 2568F ที่ 38.5%) ยังถือว่าจะเป็นไปได้อยู่ หนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่และส่วนผสมการขายที่ดีโดยเปลี่ยนไปสู่สินค้าที่ใช้สารลดแรงตึงผิวต่ำ อย่างโลชั่นและน้ำยาปรับผ้านุ่ม

 

Valuation & action.   เราขยับราคาเป้าหมายใหม่ไปเป็นสิ้นปี 2569F ที่ 21.00 บาท (อิงจาก PE ที่ 10x หรือ -1 S.D. ของค่าเฉลี่ยในอดีต) จากเดิม 18.50 บาท แม้ว่ากำไร 4Q68F จะฟื้นตัวแรง QoQ และ margin ใน 1Q69F จะดีขึ้นก็ตาม แต่ในเบื้องต้น เราคาดกำไร 1Q69F อาจลดลง YoY จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และจะอ่อนตัว QoQ จากรายได้ที่ลดลงตามฤดูกาล ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” NEO

 

Risks :.   ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความชอบของลูกค้า

 

Panthip Apai
66.2658.8888 Ext. 8856
panthipa@kgi.co.th



Editing by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์