ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯอาจเผชิญ “ความวุ่นวายครั้งใหญ่” หากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของตน สะท้อนถึงความกังวลอย่างชัดเจนก่อนคำตัดสินจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในวันพุธนี้ (14 ม.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุถึงผลกระทบมหาศาลของคำตัดสินดังกล่าว โดยเฉพาะความซับซ้อนหากภาคธุรกิจสามารถเรียกร้องเงินคืนจากภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว “จะต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะคำนวณได้ว่าเป็นตัวเลขเท่าใด และแม้แต่จะรู้ว่าใคร ต้องจ่ายให้ใคร เมื่อใด และอย่างไร” โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อการต่อสู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การค้าของเขามาโดยตลอด โดยฝ่ายที่ยื่นฟ้องท้าทายภาษีศุลกากรของรัฐบาลให้เหตุผลว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “เราพังแน่” หากศาลสูงสุด ไม่รับรองมาตรการภาษีดังกล่าว ภาษีศุลกากร รวมถึงการเก็บภาษีในวงกว้าง ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศครั้งแรกเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว กำลังถูกท้าทายโดยกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งและกลุ่มรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ซึ่งเห็นว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากสินค้านำเข้า โดยหากรัฐบาลทรัมป์แพ้คดี อาจต้องคืนเงินภาษีบางส่วนจากหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่จัดเก็บไปแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ภาษีที่บังคับใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ หรือ IEEPA สร้างรายได้มากกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้จากภาษีศุลกากรทั้งหมด แม้จะเป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวมของรัฐบาล 
ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่า การคืนเงินภาษีดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่ “แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับประเทศของเรา” พร้อมระบุว่า ผู้ใดที่กล่าวว่าสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ล้วนเป็นคำตอบที่ผิดพลาด ไม่ถูกต้อง หรือไม่เข้าใจความซับซ้อนของปัญหานี้อย่างแท้จริง ก่อนที่คดีจะถึงศาลสูงสุด ศาลชั้นต้น 2 แห่งได้วินิจฉัยไปแล้วว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีอำนาจในการกำหนดภาษีศุลกากรในระดับโลก ทำให้ภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างเฝ้ารอคำตัดสินจากศาลสูงสุดสหรัฐ ซึ่งมีผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยมครองเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 โดยในการพิจารณาคดีเมื่อเดือน พ.ย. ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ รวมถึงหลายคนที่เป็นสายอนุรักษ์นิยม แสดงความกังขาต่อเหตุผลของทำเนียบขาวในการกำหนดภาษีนำเข้า ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่า จำเป็นต่อการฟื้นฟูฐานการผลิตของสหรัฐฯและแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า โดยทำเนียบขาวระบุว่า หากศาลไม่ตัดสินเป็นคุณต่อรัฐบาล เจ้าหน้าที่จะมองหาช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งอาจรวมถึงกฎหมายที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเก็บภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์อธิบายการต่อสู้เรื่องภาษีศุลกากร โดยเตือนว่าหากแพ้คดี จะทำให้เขาถูกมัดมือมัดเท้าในการเจรจาการค้า และกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมกล่าวว่าหากไม่ชนะคดี สหรัฐฯ จะอ่อนแอลงและตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเงินไปอีกหลายปี ที่มา BBC 
|