บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : MINT แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 36.50 บาท

รูป บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : MINT แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 36.50 บาท

efinAI


 

 

ธุรกิจโรงแรมในยุโรปและไทยฟื้นตัวในปี 26F• นักลงทุนให้ความสนใจและมีมุมมองเชิงบวกต่อ MINT หลังงาน DBS Global Financial Markets Conference (7–8 ม.ค. 2026) โดยเชื่อมั่นในกลยุทธ์ asset-light ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และโครงสร้างพอร์ตโรงแรม–อาหารที่หลากหลาย ช่วยเสริมความทนทานของกำไรท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน


• ธุรกิจโรงแรม 4Q25F - RevPAR โรงแรมเติบโตในทุกตลาดหลัก โดยตลาดยุโรป & อเมริกา เติบโตระดับกลางหลักเดียว-ต่ำ (ดีขึ้นจาก 3Q25) ส่วนในไทย ฟื้นตัวแรง RevPAR โตระดับหลักสิบต้นๆ หลังเสร็จสิ้นการรีโนเวทสินทรัพย์หลัก ด้านมัลดีฟส์ ยังรักษาการเติบโตหลักสิบต้นๆ ได้ต่อเนื่อง


• ธุรกิจอาหาร 4Q25F - SSSG แตกต่างกันตามภูมิภาค โดยภาพรวมคาดว่า SSSG ลดลงระดับกลางหลักเดียว-ต่ำ จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอในหลายตลาด โดยในไทย คาด SSSG หดตัวระดับกลางหลักเดียว-ต่ำจากอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอและผลของโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 1 ส่วนในออสเตรเลีย คาดเติบโตเล็กน้อยเลขหลักเดียว สำหรับจีน คาดเติบโตระดับกลางหลักเดียว จากการฟื้นตัวต่อเนื่องและกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้านสิงคโปร์ คาดติดลบเล็กน้อยระดับหลักเดียว จากแรงกดดันค่าครองชีพและการใช้จ่ายที่ยังระมัดระวัง


• แนวโน้มปี 2026 ยังมีโมเมนตัมที่ดี โดยข้อมูล on-the-book ชี้ว่า RevPAR โรงแรมในตลาดหลักเติบโตต่อเนื่องใน 1Q26F โดยโรงแรมในยุโรป คาด RevPAR โตระดับต่ำ–กลางหลักสิบ หนุนจากดีมานด์ช่วง Winter Olympics ก่อนชะลอลงในไตรมาสถัดไป ทั้งปี 2026 คาด RevPAR โตต่ำ–กลางหลักเดียว จากการฟื้นตัวของท่องเที่ยวและธุรกิจ พร้อมอีเวนต์ใหญ่ (Winter Olympics, F1 Madrid ครั้งแรก, งานแฟร์ต่างๆ) ส่วนในไทย มีโมเมนตัมแข็งแกร่ง RevPAR โตหลักสิบกลาง ทั้งปี 2026 ตั้งเป้าโตหลักเดียวด้านสูง หนุนโดย ADR ที่สูงขึ้น ในมัลดีฟส์ คาด RevPAR 1Q26F โตหลักสิบต้นๆ ธุรกิจอาหาร ในไทยเห็น SSSG เร่งขึ้นเป็นหลักเดียวสูง จากการใช้จ่ายก่อนเลือกตั้ง (8 ก.พ. 2026)


• เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก asset-light จาก 31% (ปี 2024) เป็น 51% ในปี 2027F โดยชูจุดแข็งด้านการสนับสนุนเจ้าของโรงแรม ความเสี่ยงแบรนด์กินกันต่ำ และผลตอบแทนที่ดีกว่า


• เพิ่มมาร์จิ้น...โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน direct booking จากระดับหลักสิบปลาย เป็น 25% ภายใน 3 ปี และใช้ dynamic pricing ลดส่วนลดในช่วงดีมานด์สูง ส่วนธุรกิจอาหารตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากร้านแฟรนไชส์ จาก 48% ในปี 2024 เป็น 56% ในปี 2027


• มีแผนปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ ผ่านการขายโรงแรมเข้ากอง REIT มูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าลด net gearing ต่ำกว่า 0.7 เท่า ภายในปี 2028 แม้ไม่มี REIT IPO ก็ตาม นอกจากนั้น ยังพิจารณานำธุรกิจอาหารเข้าจดทะเบียน เพื่อเสริมฐานะการเงินและมูลค่ากิจการ โดยคาดว่าจะยังถือหุ้นใหญ่หลัง IPO


• คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 36.50 บาท (DCF) คาดกำไรหลักโต 9% ในปี 2025F และเร่งเป็น 12% ในปี 2026F หนุนโดย RevPAR โรงแรมฟื้นตัว ในตลาดหลัก โดยเฉพาะยุโรปและไทย แรงกดดันจากค่าเงินลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินยังอยู่ในระดับดี มูลค่าหุ้นยังน่าสนใจ โดยมี EV/EBITDA 4.8 เท่า และ P/BV 1.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีมาก (-2.5SD) พร้อมปัจจัยกระตุ้นจาก REIT โรงแรม และ IPO ธุรกิจอาหาร ในปี 2026F


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : นันทิกา เวียงเพิ่ม : nantikawiang@dbs.com 

 

 

 

 

 

 



Editing by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม