จีนปฏิเสธกระแสคาดการณ์ที่ระบุว่า จะเข้ามาแข่งขันแย่งชิงอิทธิพลในโลกตะวันตก ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งกำลังคุกคามต่อการเปลี่ยนสมดุลอำนาจของพันธมิตรด้านความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่ดำรงมายาวนานหลายทศวรรษ กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนไม่มีเจตนาที่จะแข่งขันแย่งอิทธิพลกับประเทศใด และไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้น พร้อมย้ำว่า จีนดำเนินความสัมพันธ์กับทุกประเทศบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความเสมอภาค พร้อมยืนยันว่า จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังเชิงบวก มีเสถียรภาพ และสร้างสรรค์ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ต้องการดึงอำนาจอธิปไตยเหนือกรีนแลนด์ออกจากเดนมาร์ก ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับประเทศสมาชิกนาโต และกระตุ้นให้ยุโรปทบทวนการพึ่งพาสหรัฐฯ ในฐานะหลักประกันด้านความมั่นคงแบบดั้งเดิม โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ยังขู่จะใช้มาตรการภาษีการค้ากับยุโรป หากประเทศในภูมิภาคต่อต้านข้อเรียกร้องในการเข้าซื้อหรือครอบครองเกาะกรีนแลนด์ 
ด้านคาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เตือนว่า ความขัดแย้งด้านภาษีระหว่าง 2 ฝ่าย จะเข้าทางจีนและรัสเซีย ซึ่งจะได้ประโยชน์จาก “ความแตกแยกระหว่างพันธมิตร” อย่างไรก็ดี สื่อของรัฐบาลจีน กลับแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเรียกร้องให้ยุโรปประเมินการพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงใหม่อีกครั้ง ซึ่งหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุในบทบรรณาธิการว่า ยุโรปพึ่งพาสหรัฐฯมากเกินไป ขณะเดียวกันกลับลดความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าอย่างจีนและรัสเซีย ขณะที่บทบรรณาธิการของไชน่า เดลี่ สื่อทางการอีกฉบับ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนความจำเป็นที่ยุโรป ต้องทบทวนลักษณะความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ในฐานะเสาหลักด้านความมั่นคง โดยมองว่า วิกฤตกรีนแลนด์เป็นสัญญาณเตือนให้ยุโรป เร่งเสริมสร้างความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ และกระจายความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้อนาคตของยุโรป ไม่ถูกกำหนดโดยคำสั่งของมหาอำนาจฝ่ายเดียว แต่ขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศในภูมิภาคเอง ที่มา Reuters 
|