สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 ม.ค.69
| ชื่อโบรก | คำแนะนำ | | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 26 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 24 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 23.3 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 23 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 21 | | บล.เอเซียพลัส | Neutral (กลาง) | 23 | | บล.กรุงศรี | Reduce (ลดน้ำหนัก) | 18 | สรุปปัจจัยบวก
- ต้นทุนเศษกระดาษรีไซเคิล (RCP) มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเริ่มส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตที่ชัดเจนในงวด 1Q69 (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) - การเข้าซื้อกิจการ MYPAK ในอินโดนีเซีย ช่วยเพิ่มระดับ Integration ของธุรกิจ และเริ่มรับรู้กำไรจากรายการพิเศษ (Negative Goodwill) (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) - โมเมนตัมผลประกอบการงวด 1Q69 คาดว่าจะฟื้นตัว QoQ จากต้นทุนที่ลดลงและการบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ทิสโก้) - มาตรการลดต้นทุนที่ Fajar ทั้งการนำระบบ AI/Automation มาใช้ และการปรับโครงสร้างสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติที่ถูกลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงานได้มีนัยสำคัญ (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) - โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น หลังการเพิ่มทุนให้ Fajar เพื่อชำระคืนหนี้ ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) - ได้รับอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่เน้นการบริโภคในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าบรรจุภัณฑ์เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) - ประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง 0.35 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield ประมาณ 1.7% (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ) สรุปปัจจัยลบ
- ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ของกระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ยังคงกดดันราคาขาย (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) - ผลการดำเนินงานของ Fajar ในอินโดนีเซียยังคงเผชิญกับผลขาดทุนหนักจากการแข่งขันที่รุนแรงและการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้เล่นรายใหญ่ (บล.เอเซียพลัส) - ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลเสียต่อการแปลงงบการเงินจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) - ต้นทุนถ่านหินและค่าขนส่ง (Freight) ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) - มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) ในช่วง 1Q69 กระทบต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) - ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว ทำให้ Valuation (PER) ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่ม (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี) 
|