แบงก์ยักษ์สหรัฐฯ กวาดกำไรเพิ่มใน Q4/25 หลังยอดขอสินเชื่อโตต่อเนื่อง-สะท้อนเศรษฐกิจยังแกร่ง

รูป แบงก์ยักษ์สหรัฐฯ กวาดกำไรเพิ่มใน Q4/25 หลังยอดขอสินเชื่อโตต่อเนื่อง-สะท้อนเศรษฐกิจยังแกร่ง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ม.ค. 69 12:05 น.

 

ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานกำไรไตรมาส 4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากการขยายตัวของสินเชื่อที่สะท้อนว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความยืดหยุ่น และเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มรายได้ของภาคธนาคารในอนาคต

 

ธนาคาร Bank of America ระบุว่า สินเชื่อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 15,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน JPMorgan Chase มีสินเชื่อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9% ซึ่งนักลงทุนมองว่า การเติบโตของสินเชื่อเป็นตัวชี้วัดสำคัญทั้งต่อผลประกอบการธนาคารและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโดยรวม

 

อลาสแตร์ บอร์ธวิก ( Alastair Borthwick) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Bank of America กล่าวว่า ธนาคารมองเห็นการเติบโตในทุกหมวดสินเชื่อภาคผู้บริโภค ซึ่งช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของปี 2025 การขยายตัวส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อภาคธุรกิจ โดยลูกค้ายังคงลงทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของตน ซึ่ง Bank of America คาดว่า สินเชื่อจะเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวในระดับปานกลาง (mid-single-digit) ในปี 2026

 

เศรษฐกิจสหรัฐฯ และผู้บริโภคชาวอเมริกัน ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แม้เผชิญมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ของ S&P Global Market Intelligence ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อแรงส่งของสินเชื่อ ที่จะต่อเนื่องถึงปี 2026 จากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคและสภาพแวดล้อมการปล่อยกู้ที่เอื้ออำนวย โดยประเมินว่าสินเชื่อรวมของธนาคารสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงปลายปี 2025 และเติบโต 5.3% เมื่อเทียบรายปี

 

 

ด้าน Citigroup รายงานว่า สินเชื่อเฉลี่ยไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 7% นำโดยธุรกิจตลาดทุน บริการสำหรับลูกค้ารายย่อยและธุรกิจบริการในสหรัฐฯ โดย Citigroup มีแผนปรับลดตำแหน่งงานราว 1,000 ตำแหน่ง ท่ามกลางการนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้น โดยไมค์ ซานโตมาสซิโม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ระบุว่า ยังมีโอกาสในการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

 

ขณะที่ Wells Fargo ระบุว่า สินเชื่อภาคธุรกิจพุ่ง 12% โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อรถยนต์และบัตรเครดิต พร้อมส่งสัญญาณเตรียมลดพนักงานเพิ่มเติม พร้อมตั้งสำรองเงินชดเชยแล้ว 612 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเจน เฟรเซอร์ ซีอีโอของธนาคาร ระบุในสารถึงพนักงานว่า เครื่องมือ AI และระบบอัตโนมัติจะเปลี่ยนแปลงบทบาทงาน และนำไปสู่การลดจำนวนตำแหน่งโดยรวม

 

อย่างไรก็ตาม แม้รายงานผลประกอบการจะสดใส แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย โดยเฉพาะข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เรียกร้องให้จำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่เกิน 10% ซึ่งอาจกระทบการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งผู้บริหารธนาคารหลายแห่ง แสดงความกังวลว่าการกำหนดเพดานดอกเบี้ยจะทำให้สถาบันการเงินชะลอการปล่อยกู้ ส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่นักวิชาการบางส่วนมองว่า ธนาคารอาจยังรับภาระอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงได้ เนื่องจากธุรกิจบัตรเครดิตมีความสามารถทำกำไรสูง

 

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารในดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 2% ในวันพุธ จากความกังวลเรื่องเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต หลังจากที่ดัชนีดังกล่าวปรับตัวพุ่งขึ้นถึง 30% ในปี 2025

 

ที่มา Reuters

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี