ผู้นำยุโรปรวมพลังหนุนเดนมาร์ก เตือนทรัมป์เคารพกรีนแลนด์ หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่ตัดประเด็นใช้กำลังทหาร

รูป ผู้นำยุโรปรวมพลังหนุนเดนมาร์ก เตือนทรัมป์เคารพกรีนแลนด์ หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่ตัดประเด็นใช้กำลังทหาร

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ม.ค. 69 9:27: น.

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพื่อเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งยิ่งเพิ่มความตึงเครียดกับเดนมาร์ก ที่เป็นประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ด้านผู้นำชาติยุโรปเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคารพพรมแดนของกรีนแลนด์ พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์กอย่างเป็นเอกภาพ

 

ประเด็นข้อพิพาทยึดกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ กลับมาเป็นที่สนใจของสาธารณชนอีกครั้ง หลังการโค่นอำนาจนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา โดยแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลายรูปแบบ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเข้าครอบครองเกาะในเขตอาร์กติกแห่งนี้ โดยชี้ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า การได้มาซึ่งกรีนแลนด์ เป็นเป้าหมายสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และมีความจำเป็นต่อการยับยั้งฝ่ายตรงข้ามในภูมิภาคอาร์กติก ประธานาธิบดีและทีมงาน กำลังหารือทางเลือกที่หลากหลายเพื่อเดินหน้านโยบายต่างประเทศที่สำคัญนี้ และแน่นอนว่าการใช้กองทัพสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่อยู่ในอำนาจของผู้บัญชาการทหารสูงสุด”

 

อย่างไรก็ดี มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ลดทอนน้ำหนักความเป็นไปได้ของการดำเนินการทางทหารในการชี้แจงต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติ โดยส่งสัญญาณว่าการรุกรานยังไม่ใกล้เกิดขึ้น และเป้าหมายคือการซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก

 

กระนั้น คำกล่าวของรูบิโอ ประกอบกับแถลงการณ์ของเลวิตต์ มีแนวโน้มจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับเดนมาร์กและผู้นำกรีนแลนด์ตึงเครียดมากขึ้น หลังทั้ง 2 ฝ่ายออกมาต่อต้านอย่างแข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เคยแสดงความคิดจะทำให้กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ มาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก แต่ได้เพิ่มระดับถ้อยคำแข็งกร้าวมากขึ้น ภายหลังการเปิดปฏิบัติการทางทหารเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อโค่นอำนาจนิโกลัส มาดูโรในเวเนซุเอลา

 

 

ด้านลาร์ส ล็อกเค ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก เปิดเผยว่ารัฐบาลเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ได้ร้องขอให้มีการประชุมกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ขณะที่วิเวียน ม็อตซ์เฟลด์ต รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ ระบุว่า เป้าหมายของการเจรจาคือ “เพื่อหารือเกี่ยวกับถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์” พร้อมเสริมว่า “ที่เราต้องการเช่นนี้ ก็เพราะเรามีความรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของการถกเถียงนี้ ตั้งอยู่บนความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเด็นใดคืออะไร เรามองว่าการพยายามจัดการประชุมกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อไขข้อข้องใจถึงความเข้าใจผิดที่อาจมีอยู่ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล”

 

ขณะที่บรรดาผู้นำชาติยุโรปจากฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน และสหราชอาณาจักร แสดงท่าทีเป็นเอกภาพหนุนหลังเดนมาร์ก โดยย้ำว่าเส้นเขตแดนที่มีอยู่ ไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ และความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก ต้องบรรลุผ่านกรอบขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) พร้อมชี้ว่า ภูมิภาคอาร์กติก เป็นเสาหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของยุโรป ความมั่นคงระหว่างประเทศ และความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องทำงานร่วมกับประเทศเหล่านี้ ในการปกป้องภูมิภาคดังกล่าว

 

ตามแถลงการณ์ระบุว่า “NATO ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาร์กติกเป็นพื้นที่สำคัญและพันธมิตรยุโรปกำลังเพิ่มบทบาทของตน” นอกจากนี้ ยังเน้นว่า กรีนแลนด์ในฐานะส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ อยู่ภายใต้ร่มการป้องกันร่วมของพันธมิตรทางทหารดังกล่าว พร้อมเรียกสหรัฐฯ ว่าเป็นหุ้นส่วนที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในการช่วยดูแลความมั่นคงของอาร์กติก โดยอ้างถึงข้อตกลงด้านการป้องกันระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์กในปี 1951

 

“ดังนั้น ความมั่นคงในอาร์กติกต้องบรรลุผลร่วมกัน โดยทำงานควบคู่กับพันธมิตร NATO รวมถึงสหรัฐฯ ภายใต้การยึดมั่นในหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ อันได้แก่ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความศักดิ์สิทธิ์ของพรมแดน” ผู้นำยุโรประบุว่า “หลักการเหล่านี้เป็นสากล และเราจะไม่หยุดปกป้อง” นอกจากนี้ ยังย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถตัดสินอนาคตของกรีนแลนด์ฝ่ายเดียวได้ “กรีนแลนด์เป็นของประชาชนกรีนแลนด์ เป็นเรื่องของเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้น ที่จะตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์”

 

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ยืนยันว่าจำเป็นต้องได้ครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่สตีเฟน มิลเลอร์ ผู้ช่วยคนสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ในโลกที่ “ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังอำนาจ” สหรัฐฯ มีสิทธิที่จะเข้ายึดครองดินแดนดังกล่าว อย่างไรก็ดี เจฟฟ์ แลนดรี ทูตพิเศษของทรัมป์ประจำกรีนแลนด์ ได้ลดระดับถ้อยคำดังกล่าวในภายหลัง โดยบอกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่พร้อมจะยึดเกาะและสนับสนุนแนวคิดกรีนแลนด์เป็นเอกราชมากกว่า

 

ที่มา Bloomberg (1) และ (2)

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by & Editing by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี