BBIK เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 20% ชูธุรกิจ AI ยังมาแรง เดินหน้า 3 กลยุทธ์ เตรียมความพร้อมรับงานใหญ่ รุกตลาดใหม่ วางงบ 100 ลบ. ลงทุนซื้อเครื่องมือใหม่ จ่อดันบ.ลูกเข้าตลาดในช่วง 3 - 5 ปีข้างหน้า นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโต 20% โดยมุ่งยกระดับศักยภาพการดำเนินงาน เพื่อรองรับงานโครงการขนาดใหญ่ รุกตลาดที่มีศักยภาพ พร้อมยกระดับธุรกิจต่อยอดบริการ เพื่อปูทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยความต้องการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับองค์กรที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI), Virtual Bank และนโยบาย Cloud First Policy
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 ของบลูบิค แบ่งออกเป็น 3 แกนกลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางตลาด รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและตอกย้ำความเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโกลบอล ได้แก่
1. Client Value & Marketing Innovation: กลยุทธ์ Upsell และ Cross-sell ขยายการให้บริการกับลูกค้ารายเดิม พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ อาทิ ภาครัฐ ธุรกิจการศึกษา สุขภาพ และพลังงาน รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ การพัฒนาบริการและโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ AI, Cloud Computing และความยั่งยืน (Sustainability)
2. Operational Excellence & Scalable Growth: ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีมาตรฐานและคล่องตัวมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงาน 10% ในปีนี้ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำ AI มาใช้ทั้งในกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน
3. Strategic Expansion & Long-Term Growth: วางรากฐานการเติบโตในระยะยาวด้วยการเสริมแกร่งการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ กลยุทธ์ขยายตัวผ่าน M&A และการเตรียมความพร้อมโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และรองรับการลงทุนและโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต
“การเติบโตอย่างต่อเนื่องของบลูบิคกว่าทศวรรษที่ผ่านมา และความไว้วางใจจากลูกค้าที่สะท้อนผ่านสัดส่วนลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำมากกว่า 80% ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าแผนธุรกิจในปี 2569 จะสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ตามเป้าหมาย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพชรกล่าว

สำหรับเงินลงทุนบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยหลักๆ จะอยู่ในส่วนของการลงทุนด้านรีเสิร์ช (Reserch) เพื่อดูว่าเครื่องมือตัวไหนที่ต่อยอดการพัฒนางานได้ ซึ่งเงินลงทุนส่วนนี้คิดเป็น 25% ของยอดขายในปัจจุบัน ส่วนที่ 2 เงินลงทุนจะใช้สำหรับการมองหาพันธมิตรเพิ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และส่วนที่ 3 ใช้เพื่อลงทุนสร้างเครื่องมือ หรือซื้อเครื่องมือเพื่อพัฒนาโมเดลต่างๆ โดยเงินส่วนนี้จะใช้ประมาณ 100 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมผลักดันบริษัทลูกในเครือเพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอีก 3-5 ปี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างใหม่ลดความซ้ำซ้อนภายในองค์กร โดยแผนงานแยกบริษัทย่อยดังกล่าวออกมา จะประกาศออกมาในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้บริษัทฯ ในเครือที่สนใจเข้าระดมทุนจะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวกับ การนำดิจิทัลไปปฏิบัติ (Digital Implementation)
ด้านมูลค่างานในมือ (Backlog) รวมกับพันธมิตร ณ สิ้นเดือนกันยายน 68 อยู่ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท โดยปกติช่วงไฮซีซั่นและการเพิ่มงานในมือจะอยู่ในช่วงไตรมาส 2-3 ทั้งนี้ยอด Backlog ดังกล่าว จะรับรู้รายได้ประมาณ 70% ไปอีก 12 เดือน
ทั้งนี้นับจากปี 2569 เทคโนโลยีจะเปลี่ยนบทบาทจากปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรไปเป็นโครงสร้างหลัก (Core Infrastructure) ของการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านดิจิทัลเชิงโครงสร้างและมองภาพระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI เพราะองค์กรที่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะที่องค์กรที่ปรับตัวล่าช้ามีแนวโน้มเผชิญข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว
โดยเทคโนโลยีกลายเป็นโครงสร้างหลักของการดำเนินธุรกิจแล้ว การยกระดับองค์กรในระยะถัดไปจะเข้าสู่กระบวนการสร้างและเชื่อมต่อ Digital Ecosystem ที่ผสานข้อมูล เทคโนโลยี บุคลากร และการทำงานข้ามภาคส่วน เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ความซับซ้อนของเทคโนโลยีและขอบเขตของเครือข่ายดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาด้านดิจิทัลยังคงเป็นกระแสหลักที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ
ทั้งธุรกิจการเงิน ประกันภัย ค้าปลีก การสื่อสาร สุขภาพ รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ ด้วยเหตุนี้ บลูบิค จึงมุ่งมั่นกับการเตรียมความพร้อมขององค์กร เพื่อรองรับทิศทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สนับสนุนให้องค์กรลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านองค์กรได้อย่างราบรื่นและเป็นรูปธรรม

|