การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นจีน กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานกำกับดูแล หลังปริมาณการซื้อขายทะยานสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้ทางการต้องขยับมาตรการสกัดการใช้เลเวอเรจ แม้นักลงทุนจำนวนมากยังมองว่าตลาดกระทิงรอบนี้เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ข้อมูลจาก Wind Information ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเงินที่มุ่งเน้นตลาดจีน ระบุว่า มูลค่าการซื้อขายรายวันในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และปักกิ่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธของสัปดาห์ที่แล้ว โดยปริมาณการซื้อขายพุ่งแตะจุดสูงสุดที่ 3.99 ล้านล้านหยวน หรือราว 556,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าสถิติเดิมที่ 3.48 ล้านล้านหยวน ซึ่งทำไว้เมื่อเดือนต.ค. 2024 ในปีนี้ ดัชนีอ้างอิง CSI 300 ได้ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หลังจากทำผลงานรายปีดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บรรดาผู้คร่ำหวอดในตลาดกล่าวว่า การพุ่งแรงครั้งนี้ทำให้นึกถึงช่วงฟองสบู่และการปรับฐานรุนแรงในปี 2015 โดยหน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้เริ่มเข้มงวดกฎเกณฑ์การกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ โดยเฉพาะการเพิ่มข้อกำหนดด้านหลักประกันสำหรับการทำธุรกรรมมาร์จินใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความร้อนแรงดังกล่าว ภายใต้กฎใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ข้อกำหนดมาร์จินสำหรับการซื้อหุ้นด้วยเครดิตถูกปรับเพิ่มเป็น 100% จากเดิม 80% ครอบคลุมทั้ง 3 ตลาดหลักทรัพย์ นั่นหมายความว่านักลงทุนต้องชำระเงินค่าหุ้นเต็มจำนวนล่วงหน้า ขณะที่ธุรกรรมภายใต้กฎมาร์จินเดิมยังคงอยู่ ส่งผลให้การกู้ยืมเงินเพื่อเปิดสถานะมาร์จินใหม่แทบถูกตัดออกไปทั้งหมด 
Morgan Stanley ระบุว่า การเข้มงวดด้านกฎระเบียบดังกล่าว สะท้อนภาวะกิจกรรมและความเชื่อมั่นที่ร้อนแรงเกินไปในตลาดหุ้นภายในประเทศ หรือหุ้น A-share ซึ่งซื้อขายเป็นเงินหยวนและเปิดให้นักลงทุนในประเทศ รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเข้าร่วม โดย Morgan Stanley ระบุว่า ดัชนี Market Sentiment Activity Index ของตลาดหุ้น A-share ซึ่งถ่วงน้ำหนักตามปัจจัยต่าง ๆ พุ่งขึ้นแตะระดับ 91% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่ดัชนีทะลุระดับ 90% นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2024 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ระบุเพิ่มเติมว่า การเข้มงวดด้านกฎระเบียบเกิดขึ้น ในช่วงที่ตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของตลาดพุ่งขึ้นสู่ระดับร้อนแรง พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่ทำสถิติสูงสุด อย่างไรก็ดี ธนาคารยังคาดว่ามาตรการสนับสนุนด้านสภาพคล่องสำหรับทั้งตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกง จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติได้เพิ่มระดับการเข้ามาลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิเกินกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ตามข้อมูลจาก Skybound Capital อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการมีส่วนร่วมของนักลงทุนต่างชาติยังถือว่าค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับขนาดและมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาด A-share โดยแรงขับเคลื่อนหลักของการปรับขึ้นรอบนี้ยังมาจากนักลงทุนในประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายรายวันในตลาดหุ้นจีนภายในประเทศ มีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยคิดเป็นสัดส่วนราว 90% ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากตลาดหุ้นหลักในต่างประเทศ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนเพียงประมาณ 20-25% ของปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ที่มา CNBC 
|