สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนนิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 27 ม.ค. 69
| ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 7.8 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 7.6 | | บล.หยวนต้า | Trading | 7 | | บล.ดาโอ | ถือ | 6.5 | สรุปปัจจัยบวก- คาดการณ์กำไรปกติใน 4Q68 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ โดยเฉพาะกำไรปกติที่อาจพุ่งสูงถึง 2.3 - 2.4 พันล้านบาท หนุนจากค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก (บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ) - อุปสงค์น้ำมันเบนซิน เครื่องบิน และดีเซล ปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาลในช่วงหน้าหนาว (บล.เคจีไอ) - โอกาสได้รับอานิสงส์จากพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้โรงกลั่นในสหรัฐฯ ชะงักตัว และส่งผลบวกต่อ Spread น้ำมันในตลาดโลก (บล.เคจีไอ) - อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก คาดการณ์ที่ 6.0% - 9.5% ในปี 68-69 (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ) - ภายหลังการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ใน 1Q69 บริษัทจะเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น และไม่ต้องหยุดซ่อมใหญ่อีก 5-6 ปี (บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี) - มีการปรับลดค่าใช้จ่าย SG&A ลง ซึ่งช่วยหนุนประมาณการกำไรสุทธิ (บล.เคจีไอ) สรุปปัจจัยลบ- คาดว่าจะมีการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ก้อนใหญ่ใน 4Q68 ประมาณ 1.7 - 1.9 พันล้านบาท ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลง (บล.เคจีไอ, บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ) - ความเสี่ยงจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่โรงกลั่น (Major Turnaround) นาน 24 วัน ในช่วง 1Q69 ซึ่งจะทำให้ปริมาณการกลั่นลดลงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี) - ราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นแรง (ประมาณ 29%) ทำให้ Upside เริ่มจำกัด และสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องค่าการกลั่นไปพอสมควรแล้ว (บล.ดาโอ, บล.หยวนต้า) - ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและค่าการกลั่นที่อาจปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติ (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ) |