SCGD ตั้งเป้าปี 69 ผลงานโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ตลาดเวียดนามพุ่งแรง และเน้นการขยายสินค้าที่มีมูลค่าสูง รวมถึงควบคุมต้นทุน ทุ่มงบลงทุน 2.5 พันลบ. ใช้ขยายกำลังผลิตและพลังงานชีวมวล พร้อมเล็งทำดีล M&A ธุรกิจในเวียดนามเพิ่มเติม นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 69 บริษัทมีเป้าหมายรายได้และอัตรากำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น โ มาจากการเร่งการเติบโตของธุรกิจในประเทศเวียดนาม ซึ่งจะช่วยชดเชยการชะลอตัวของตลาดในประเทศไทย ประกอบกับธุรกิจในไทยหันมาเน้นการขยายสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น HVA-SVP เพิ่มมากขึ้น และการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาขีดความสามารถในการทำกำไร 
ทั้งนี้ปีที่ผ่านมาบริษัทอัตรากำไรขั้นต้นในอยู่ที่ระดับ 27.4% และอัตรากำไรสุทธิที่ 4.4% ซึ่งปีนี้จะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิให้ไม่ต่ำกว่าเดิมและปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปรับโครงสร้างและเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่เตรียมงบลงทุนปีนี้ที่ 2,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนกว่า 70% ใช้ขยายการลงทุนการผลิตกระเบื้องเกรซ พอร์ซเลนและพลังงานชีวมวล (Biomass) ในประเทศเวียดนาม รวมถึงใช้ลงทุนเพื่อลดต้นทุนต่างๆหรือการเน้นใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตของบริษัทให้ลดลง ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/69 มองว่าตลาดในประเทศไทยยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 4/68 เพราะโครงการภาครัฐยังรอความชัดเจนหลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 ขณะที่ตลาดในประเทศเวียดนามคาดว่าจะเติบโตโดดเด่น จากการขับเคลื่อนงานซ่อมแซมและปรับปรุงหลังน้ำท่วม และโครงการภาครัฐคาดว่าจะมีความต้องการปรับปรุงบ้านก่อนเทศกาลตรุษญวน ส่วนตลาดประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์คาดว่าจะยังทรงตัว นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน SCGD กล่าวว่า บริษัทมีกลยุทธ์ที่จะผลักดันประเทศเวียดนามให้เป็นแกนหลักการผลิตและส่งออกอีกตลาดหนึ่งของบริษัท ซึ่งนอกเหนือจากการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซ พอร์ซเลนแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกระเบื้องและสุขภัณฑ์ในประเทศเวียดนามเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าตามกระบวนการแล้วอาจจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6-12 เดือน 
|