FINNOMENA มั่นใจปีนี้ SET แตะ 1,500 จุด-จีดีพีมีลุ้น 3% รับเงินลงทุนสะพัดหลังได้รัฐบาลใหม่

รูป FINNOMENA มั่นใจปีนี้ SET แตะ 1,500 จุด-จีดีพีมีลุ้น 3% รับเงินลงทุนสะพัดหลังได้รัฐบาลใหม่

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ม.ค. 69 13:45 น.

 


FINNOMENA ระบุปีนี้มองหุ้นไทยเป็นบวกในรอบ 10 ปี ให้เป้า 1,500 จุด มองจีดีพีไทยปีนี้โต 2-3% หลังเลือกตั้งมา การลงทุนเพิ่ม เงินสะพัด ฟากนนท.เริ่มไหลเข้ามา แนะหุ้นกลุ่ม พลังงาน ปิโตรเคมี และ วัสดุก่อสร้าง ส่วนหุ้นนอกยังเน้นกลุ่มเทค - AI เป็นหลัก


นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA เปิดเผยในงานแถลงข่าว Investment Outlook 2026 ว่า ปีนี้มีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสถานการณ์หุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้ง (Election Rally) ซึ่งจะมีเงินสะพัดในช่วงนี้ ด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยเริ่มคึกคักมากขึ้น หลังจากเกิดความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่น ส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไทย


นอกจากนี้ยอดขอสิทธิ์การลงทุนภาคเอกชน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีจำนวนค่อนข้างมาก ซึ่งต้องรีบลงทุนก่อนถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนภาพรวมเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ BOI เปิดเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 มีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีจำนวนโครงการกว่า 3,300 โครงการ


อีกทั้งสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียเป็น 50% เพื่อตอบโต้อินเดียที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งมีโอกาสที่ไทยจะได้ฐานการผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม ประกอบกับภาพรวมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และที่สำคัญหลังการเลือกตั้งในประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่เข้ามา การอนุมัติเงินลงทุนก้อนใหญ่จะเกิดขึ้น


และจากปัจจัยเหล่านี้ คาดว่าภาพรวมหุ้นไทยในปี 69 มีโอกาสเห็นระดับ 1,500 จุด โดยมีมุมมองหุ้นไทยเป็นเชิงบวกในรอบ 10 ปี นอกจากนี้ภาพรวมการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 69 คาดว่ามีโอกาสเติบโตอย่างน้อยกว่า 2% หรือหากภาพรวมปัจจัยต่างๆ เกื้อหนุนมีโอกาสเห็นได้ถึงระดับ 3%


"ปีนี้หุ้นไทยมาแน่ มอง 1,500 จุด ด้านจีดีพีปี 69 ที่หลายๆ หน่วยงานมองว่าจะเติบโต 1.5% เรามองว่ามันน้อยไป จากปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอย่างน้อยๆ น่าจะเห็นโต 2% ขึ้น หรือถ้าปัจจัยบวกดีๆ ลุ้นเห็นถึง 3% " นายเจษฎากล่าว


ทั้งนี้สำหรับกลุ่มหุ้นไทยที่แนะนำในปีนี้อยู่ในกลุ่มปันผลสูง ได้แก่ พลังงาน ปิโตรเคมี และ วัสดุก่อสร้าง

 


ด้านนายชยนนท์ รักกาญจนันท์ Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds เปิดเผยการลงทุนปี 2569 ภายใต้ธีม "The K-Shaped World' โลกที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังถูกจัดระเบียบ ความเสียงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์โดยมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตา อาทิ


"The AI CAPEX Divide" การลงทุนด้าน AI คือตัวเร่งให้เกิดภาพเศรษฐกิจแบบ K-Shape ชัดเจนขึ้นทั้งในสหรัฐฯ และจีน โดยบริษัทที่มีความพร้อมจะเติบโตฉีกห่างออกไป "Fiscal Revival" การฟื้นคืนชีพของนโยบายการคลังที่รัฐบาลประเทศสำคัฐ อย่าง สหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น หันมากระตุ้นการคลังเพิ่มขึ้นขึ้น "Fragmentation 2.0" โลกแบ่งขั้วระลอกใหม่ แม้ความผับผวนเรื่องกำแพงภาษีอาจลดลง แต่ยังคงแบ่งฝ่ายชัดเจน


ดังนั้น กลยุทธ์หลักในปีนี้ ไม่ใช่เพียงหาโอกาสเติบโต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่ย์ที่มีคุณภาพาพ ควมคู่กับการกระจายความเสียงอย่างเหมาะสม แนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ จีน และเอเชีย พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหันยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังเข้าสู่ยุคการกระตุ้นทางการคลังอย่างเต็มตัว


พร้อมกันนี้ ควรป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผ่านการลงทุนในทองคำและรวมถึงสะสมหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า


ทั้งนี้บริษัทฯ มีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุนของกลุ่มบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 70,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าปีนี้คาดแตะ 85,000 ล้านบาท และปี 70 แตะระดับ 1 แสนล้านบาท ส่วนทีมงานผู้แนะนำการลงทุนปัจจัยรวม 3,200 ราย คาดสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 3,700 ราย พร้อมเปิดตัว Chat&Call ฟีเจอร์ปราบสแกมเมอร์

 

 

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย