SPALI หวังปี 69 ตลาดอสังหาฯ ฟื้นบวก หลังปี 68 ซบเซารุนแรง วอนรัฐกระตุ้นลงทุน-กำลังซื้อคอนโดฯ

รูป SPALI หวังปี 69 ตลาดอสังหาฯ ฟื้นบวก หลังปี 68 ซบเซารุนแรง วอนรัฐกระตุ้นลงทุน-กำลังซื้อคอนโดฯ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ม.ค. 69 9:49: น.

 

SPALI คาดหวังปี 69 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวบวก หลังจากปี 68 อยู่ในภาวะซบเซารุนแรง จากยอดขายที่ปรับตัวลดลงถึง 12% แนะรัฐออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน และส่งเสริมกำลังซื้อด้วยเงื่อนไขผ่อนปรน โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม

 

ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า สภาวะตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568 อาจกล่าวได้ว่าซบเซารุนแรงต่อเนื่องจากปี 2567 โดยที่จำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ของบริษัทจดทะเบียนลดลงจากปีที่แล้วราว 12% ในขณะเดียวกัน จำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ในปี 2567 ก็ลดลงจากปี 2566 ในอัตราใกล้เคียงกัน คือ ราว 12% เหมือนกัน

 

การที่ตลาดตกต่อเนื่อง 2 ปี เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ผู้ประกอบการกระตุ้นตลาดในปี 2565 ที่ประสบความสำเร็จในความพยายามผลักดันบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดราคาแพง ผู้ประกอบการคาดว่าจะประสบความสำเร็จอีกในปี 2567 แต่ก็ผิดหวัง

 

ภาวะเช่นนี้ มีส่วนสัมพันธ์กับตัวแปรเศรษฐกิจอื่น ๆ โดยการซื้อที่อยู่อาศัยกับรถยนต์มีความสัมพันธ์กันชัดเจนและมีขนาดความผันผวนสูงเหมือนกัน และยังมีความสัมพันธ์กับการลงทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปถึงอัตราการขายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ว่าความผันผวนของจีดีพีกับการลงทุนจะน้อยกว่าตัวแปรทั้งสองข้างต้นเป็นอย่างมาก

 

 

พฤติกรรมเช่นนี้อาจอนุมานได้ว่า การซื้อที่อยู่อาศัยกับรถยนต์ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและรายได้เป็นอย่างมากและได้รับผลกระทบในขนาดที่มาก ในทางตรงกันข้าม การเปลี่ยนแปลงของรายได้ในทางลบก็จะทำให้ผู้บริโภคหยุดการซื้อที่อยู่อาศัย/รถยนต์ในทันทีเช่นเดียวกันและมีขนาดที่รุนแรง ถ้าจะกล่าวเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ที่อยู่อาศัย/รถยนต์ เป็นของไม่จำเป็นถ้าจะตัดก็ตัดได้ทันที ในขณะเดียวกันรายได้ที่ดีขึ้นก็จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าสองอย่างนี้ทันที ในทางเศรษฐศาสตร์ อาจกล่าวได้ว่า สำหรับคนไทยแล้ว permanent income เป็น function ของรายได้ระยะสั้นมาก ๆ จึงเกิดพฤติกรรมดังกล่าว

 

สิ่งที่น่าสังเกตต่อไปคือ การลงทุนและจีดีพีส่งผลกระทบต่อการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์เพียงเล็กน้อยและบางครั้งก็ไม่มีการความสัมพันธ์กัน สิ่งที่น่าสังเกตยิ่งกว่านั้นคือ ปีใดที่อาคารชุดขายได้ดี จะมีส่วนสัมพันธ์กับตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่า การลงทุนเปิดตัวโครงการอาคารชุด จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจ

 

ดังนั้น ถ้าหากรัฐบาลอยากจะกระตุ้นการลงทุนในระบบเศรษฐกิจ ก็ต้องส่งเสริมการลงทุนโครงการอาคารชุด ซึ่งหมายถึงการผ่อนปรนเงื่อนไขการให้กู้ยืมแก่ผู้ซื้ออาคารชุดด้วย

 

จำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ในปี 2568 มีน้อยเนื่องจากการเปิดโครงการน้อยกว่าปี 2567 เหลือเพียงราวครึ่งหนึ่งเท่านั้น อัตราการขายได้ของที่อยู่อาศัยแนวราบก็ลดลงต่ำกว่าปี 2567 ทั้งหมด มีเพียงอาคารชุดเท่านั้นที่มีอัตราการขายได้ใกล้เคียงกัน โครงการที่หายไปคงเป็นประเภทที่ไม่มั่นใจว่าอัตราการขายจะคุ้มกับการเปิดโครงการหรือไม่

 

จะเห็นได้ว่าภาวะของการลงทุนกับรายได้ประชาชาติแปรผันตามวัฏจักร ในขณะเดียวกัน จำนวนที่อยู่อาศัยและรถยนต์ที่ขายได้ก็แปรผันตามวัฏจักรเดียวกัน จีดีพีและการบริโภคของเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมีอัตราขยายตัวสม่ำเสมอที่ระดับ 3% ต่อปี มีเพียงการลงทุนเท่านั้นที่คาดเดาได้ยากและมีความผันผวนตามผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทิศทางทางการเมืองไทยก็ดูเหมือนจะคาดเดาได้ยากในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ทิศทางของภาวะตลาดที่อยู่อาศัยอย่างน้อยที่สุดควรจะเป็นบวกในปี 2569 แม้ว่าอาจจะไม่มากถึงขนาดเฟื่องฟูก็ตาม

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย