โบรกฯ ส่องหุ้นเครื่องดื่มปี 69 กำไรโต 9% ดีกว่ากลุ่มอาหารที่หดตัว 5% ชู ICHI-ITC เด่นสุด

รูป โบรกฯ ส่องหุ้นเครื่องดื่มปี 69 กำไรโต 9% ดีกว่ากลุ่มอาหารที่หดตัว 5% ชู ICHI-ITC เด่นสุด

efinAI


 

 

โบรกฯ ประเมินกำไรของกลุ่มเครื่องดื่มปี 69 เติบโต 9% มากกว่ากลุ่มอาหารที่คาดว่าจะหดตัว 5% เคาะหุ้นเด่น ICHI ในกลุ่มเครื่องดื่ม และ ITC ในกลุ่มอาหาร พร้อมคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่ม และ ให้น้ำหนักกลุ่มเครื่องดื่มมากกว่ากลุ่มอาหาร จากแนวโน้มการเติบโตของยอดขายและกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่แข็งแกร่งกว่า

 

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่ม และ ให้น้ำหนักกลุ่มเครื่องดื่มมากกว่ากลุ่มอาหาร จากแนวโน้มการเติบโตของยอดขายและกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่แข็งแกร่งกว่า หลังจากปี 2568 ที่กำไรอ่อนแอจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยและการบริโภคที่ซบเซา ซึ่งคาดว่าความต้องการเครื่องดื่มจะฟื้นตัวในปี 2569 จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยมากขึ้น

 

ขณะที่ผู้ผลิตอาหารเผชิญแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่อาจกดดันอัตรากำไร โดยคาดว่ากำไรของกลุ่มเครื่องดื่มจะเติบโต 9% มากกว่ากลุ่มอาหารที่คาดว่าจะหดตัว 5% หุ้นเด่น คือ ICHI ในกลุ่มเครื่องดื่ม และ ITC ในกลุ่มอาหาร

 

สำหรับตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD) จะเติบโตเด่นกว่ากลุ่มเครื่องดื่มอื่นๆ ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นจะหนุนการเติบโตของเครื่องดื่ม โดยมีเทรนด์ด้านสุขภาพและตัวเลือก ด้านราคาที่เข้าถึงได้เป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นตลาดชาพร้อมดื่ม RTD (Ready-to-Drink) ซึ่งมีจุดเด่นด้านภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติดีต่อสุขภาพ และ ช่วยเติมความสดชื่น จึงคาดว่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่นที่ 4.4% ในปี 2569 สูงกว่าตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โดยรวม ทั้งนี้ ICHI อยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว อีกทั้ง ยังมีมูลค่าหุ้นน่าสนใจ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดี และ การเติบโตของกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย ตอกย้ำสถานะหุ้นเด่นของเรา

 

  

ทางด้านเครื่องดื่มชูกำลังได้แรงหนุนจากราคาที่เข้าถึงได้ จึงยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง (CBG และ OSP) โดยมองว่าปัจจัยด้านความคุ้มค่าราคา (affordability) จะยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่ออุปสงค์ของสินค้าในกลุ่มราคาประหยัดอย่างเครื่องดื่มชูกำลังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ ทั้งนี้ การแข่งขันที่สูงจะทำให้การเติบโตของยอดขายในประเทศอยู่ในระดับเลขหลักเดียวต่ำ ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมียนมา และ กัมพูชา มีโอกาสการเติบโตดีกว่า แต่ยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และ ความไม่แน่นอนทางการเมือง

 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กำไรของ CBG น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/68 และ จะทยอยฟื้นตัว QoQ ตั้งแต่ไตรมาส 4/68 เป็นต้นไป สำหรับ OSP การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มูลค่าหุ้นที่ไม่แพง และ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 6% จะช่วยหนุนราคาหุ้น

 

ส่วนความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าหมวดอาหารอื่น หนุนให้ ITC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอาหาร การส่งออกเนื้อไก่อาจเผชิญการชะลอตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากบราซิลและจีน ขณะที่อุปสงค์อาหารทะเลถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ ผู้ผลิตปศุสัตว์และสัตว์ปีก เช่น CPF และ GFPT คาดว่า จะเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ขณะที่อัตรากำไรของ ITC น่าจะทรงตัวได้ จากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่สูงขึ้น และ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย